凡的基.尔.提♡ View my profile

[SF.] All about you 1/2

posted on 08 Feb 2013 00:56 by childen2shangri-la in short-fiction
.
Title: 
All about you 1/2
Paring: SEHUN x LUHAN
Genre: Short fiction, A/U, Romantic, Drama
Rate: PG+
Author: Gyrti
BGM: All about you – McFly
.
NOTE: เหมือน LOVE SCENE เลย ความรู้สึกคล้ายๆ
 
 
 
 
อะไรก็ตามแต่ในโลกนี้
.
หนึ่งคนที่สามารถตอบคำถามของผมได้ทุกข้อ ไม่ว่าอะไรก็ตามแต่– ผมบอกแบบนั้นและมันเป็นแบบนั้นจริงๆ ทุกๆ คำถามของผมจบลงด้วยทุกๆ คำตอบของเขา ส่วนผลลัพธ์ที่ตามมานั้นคนละเรื่องกัน
.
ตอบคำถามได้ก็ไม่ได้แปลว่าคำตอบนั้นจะถูก
.
.
“นี่นายสอบตกเหรอเซฮุน?”
.
ตอนที่ผมอายุ 10 ขวบเขาอายุ 14– เราห่างกันแค่ 4 ปีแต่ผมถูกกระทำแบบเด็กเล็กๆ เสมอสำหรับพี่ มือทั้งคู่ของเขาจับต้นแขนข้างหนึ่งของผมทั้งเขย่าไปมาอย่างกวนใจ ผมกำลังหัวเสียจริงๆ และร้องไห้อย่างหนักก่อนหน้านี้เนื่องมาจากผลลัพธ์ของเรื่องที่ว่า
.
“เซฮุนนน~”

หลุมกับดักขนาดใหญ่–
.
ที่ถ้าบังเอิญพลัดตกลงมาเพียงครั้งเดียวก็จะไม่มีวันได้ขึ้นไปจากที่นี่อีก ที่นี่– มีพร้อมแล้วทุกอย่าง ตั้งแต่ความทุกข์ไปจนถึงความสุข

“เลิกร้องไห้เถอะ ออกไปดูดาวตกกัน”

พ่อกับแม่ของเราแต่งงานกัน ตอนนั้นผมอายุ 9 ขวบ
แม่แต่งกับคนเชื้อสายจีน –พ่อเลี้ยงของผม เขาเป็นคนที่ดี หนำซ้ำยังพ่วงเพื่อนเล่นคนสำคัญมาให้ เป็นพี่ชายที่ตัวเล็กกว่า หน้าตาน่ารัก อายุห่างกัน 4 ปี แซ่ลู่ ชื่อหาน ชื่อมีเพียงสองพยางค์ เป็นชื่อที่แปลกแต่ก็เข้ากันกับเจ้าตัว
.
เราย้ายไปอยู่ที่อเมริกา เป็นการเริ่มต้นและเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จริงๆ ในชีวิต ทั้งครอบครัวและพี่น้อง ทั้งหมดคือสิ่งที่ผมพึงปรารถนามาโดยตลอด ตอนนี้มีครบถ้วนแล้ว

“ไม่มีดาวตกหรอก...ฮึก พี่โกหก”
.
ผมพูดแบบนั้นเพราะเริ่มฉุน เขาเป็นแบบนี้ทุกครั้ง และพูดแบบนี้ทุกครั้งจนจำได้หมดทั้งรูปประโยคซ้ำซาก ไม่เคยมีอะไรอย่างที่พี่ว่าหรอก พี่ลู่หานมักจะโกหกผมตลอด
.
“ช่างนะ ถ้าฉันได้เห็นคนเดียว นายก็พลาดจริงๆ แล้วโอ เซฮุน!”
.
ขี้โกหก
.
“จะไปแล้วนะ ไม่เชื่อก็ตามใจ”
.
แล้วที่ผมสอบตกก็เพราะพี่! 
.
“หลับฝันดี”
“ผมไปด้วย!”

แต่ผมก็แค่ 10 ขวบ!
.
เป็นเด็กดีที่เชื่อฟังและทำตามคำของพี่ชายทุกอย่าง ผมรักเขามาก คิดอย่างจริงจังว่าเขาน่ะคือครอบครัวจริงๆ พี่ชายของผมจริงๆ และผมไม่มีวันที่จะปฏิเสธเขา
.
.
“นายจะอธิฐานว่าอะไร”
.
เราปีนขึ้นมาจากระเบียงห้อง บนพื้นกระเบื้องหลังคาเย็นเฉียบ เราพยายามขดตัวเข้าหากันภายใต้ผ้านวมผืนเล็กๆ ที่จริงพี่กลัวความสูงแต่เขามักแสดงออกตรงกันข้ามเสมอ
.
“ขอให้คะแนนสอบดีกว่านี้”
.
เขามีสีหน้าที่ดูแย่ลง
.
“โรงเรียนห่วย คุณครูนายโง่มากหรือไง?”
“คุณครูจะโง่ได้ไง”
“ไม่ คุณครูของนายโง่”
“ผมแค่ไม่ได้ท่องสูตรคูณเพราะพี่บอกว่ามันไม่มีประโยชน์หรอกที่จะทำแบบนั้น”
“แต่มันไร้ประโยชน์จริงๆ”
“เพราะแบบนั้นล่ะ ผมคูณเลขไม่ได้และสอบตก”
.
เป็นความเงียบที่เดาไม่ออกเลยว่าเต็มไปด้วยความรู้สึกแบบไหน ตาของผมที่ยังชื้นแฉะ จ้องมองดวงตาที่ไม่ระริกไหวเลยแม้แต่น้อยของเขา เขามองอยู่ที่ท้องฟ้า ไม่ขยับเขยื้อนแล้วพูดว่า
.
“งั้นจะช่วยขอพรให้สมองนายดีขึ้นหน่อยแล้วกัน ...วันสอบคราวหน้าน่ะ”



*



เขาเริ่มออกเที่ยวอย่างบ้าคลั่งตอนอายุ 17 หายไปกันหมู่เพื่อนที่สลับสับเปลี่ยนกันไปไม่ซ้ำหน้า ส่วนผมตอนนั้นอายุแค่ 13 ไม่รู้รายละเอียดมากมายหรอกแต่พ่อกับแม่ดูเหมือนว่าจะไม่พอใจจริงๆ
.
“ลูกสูบบุหรี่หรือ?!”
.
สีหน้าของเขาดูแย่มากๆ เขาโกรธที่พ่อพูดแบบนั้นต่อหน้าแม่ของผมหรืออะไรก็ตามแต่ ดูเหมือนว่าก้ำปั้นที่สั่นระริกข้างตัวพร้อมจะเหวี่ยงเข้าที่คู่สนทนาได้ทุกเมื่อจริงๆ ถ้าคนๆ จะไม่ใช่พ่อ
.
“ผมบอกว่าผมไม่ได้สูบไง!”
“ลูกทำตัวแบบนี้ได้ยังไง หนีเรียน ออกเที่ยว แล้วกลับเข้าบ้านดึกๆ ดื่นๆ ด้วยกลิ่นเหม็นหึ่งขนาดนี้ ถ้าลูกคิดว่าตัวเองโตแล้วลูกก็ต้องแยกแยะให้ออกว่าอะไรผิดหรือถูก”
“พ่อฟังแต่ตัวเองหรือไง”
“ลู่หาน!”
“ผมบอกว่าป่าวไง ไม่ได้ทำ ผมไม่ได้ทำ โธ่โว้ย
.
เขาเดินตึงตังออกมา เขาคงรู้สึกแย่มากๆ และอาจจะมากกว่าเดิมด้วยตอนที่หักเลี้ยวมาเจอผมที่แอบดูอยู่เงียบๆ นานแล้วด้านหลังบันได พี่ลู่หานกร่นเสียงสบถ เขาเลยผ่านผมไป ปิดประตูห้องดังปัง
.
“ออกไป!”
.
ผมรู้ว่าพี่จะพูดแบบนี้ เพราะพี่เคยพูดแบบนี้กับผมนับครั้งไม่ถ้วนแล้วเวลาที่อารมณ์ไม่ดีแล้วมีผมอยู่ข้างๆ
.
“ผมจะบอกพ่อว่าพี่ไม่ได้ทำ”
เขาสวน “นายจะรู้อะไร แล้วนายมาเกี่ยวอะไรด้วย!”
“ผมโกหกพ่อก็ได้ บอกว่าพี่อยู่ที่โรงเรียนตลอด”
“เฮอะ!”
.
เงียบไปครู่หนึ่ง
.
“แล้วพี่ไปเที่ยวไหนมาล่ะ”
.
เกือบคิดว่าเขาหลับไปแล้วในกองผ้านวมนั่น แต่เขาก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูประชดประชันในตอนท้าย
.
“ไปคลับ มีคนเต้นเจ๋งๆ อยู่เยอะแยะไปหมด มีเหล้า มีผู้หญิง มีอะไรแบบที่พวกผู้ใหญ่โง่ๆ ทำกัน เสียอย่างเดียว”
“ทำไมเหรอ?”
“ช่างมันเหอะ นายกลับห้องไปได้แล้ว”
“…”
“ไปเลย...”
.
“ผมเห็นพี่จูบกับเพื่อนที่มาส่งพี่ด้วย”
.
จบอยู่ที่ตรงนั้น เขาไม่ตอบอะไรกลับมาอีกเรื่องนี้ จนกระทั่งผมเอ่ยคำลาและปิดโคมไฟให้ ผมไม่แน่ใจว่าได้ยินเสียงร้องไห้ของใครหรือป่าว
.


*



สิ่งที่ท้อแท้ที่สุด– การพยายามทำอะไรก็ตามแต่ทั้งที่รู้แก่ใจอยู่แล้วว่ามันจะไม่มีทางเป็นไปได้ ไม่มีอะไรคุ้มค่าเลยกับความพยายามและความรู้สึกที่เสียไป และเราก็ดันทุรังจริงๆ ที่ยังทำแบบนั้น 
.
–ให้ตายกันไปข้าง
.
.
“...นะเซฮุน แค่เดี๋ยวเดียว นายไม่เคยไปเที่ยวกับพวกเราเลยได้ไง”
.
ผมพยายามปกปิดสีหน้าลำบากใจ แต่สุดท้ายก็ทัดทานคำชวนของบรรดาเพื่อนฝูงร่วมชั้นไม่ได้
.
ที่หัวมุมถนนก่อนถึงโรงเรียนมีคาเฟ่เปิดใหม่และด้วยความบ้าเห่อหรือยังไงก็ตามแต่ พวกเราพยายามจะไปที่นั่นกันให้ได้ในวันแรก(เรื่องจริงคือผมไม่ได้อยากไปที่นั่น)
.
.
“เฮ้ นั่นพี่ชายของนาย ชื่ออะไรนะ? เป็นคนจีนใช่ไหม?”
.
จากโต๊ะริมหน้าต่างที่สามารถมองผ่านไปยังอีกฝากหนึ่งของถนน ผมพยักหน้ารับแต่ไม่ได้เอ่ยปากโต้ตอบ
.
เขามีสีหน้าเบื่อหน่าย ใช่แล้วเขาเป็นพี่ชายของผม เป็นคนเชื้อสายจีนที่มีหน้าตาน่ารักจริงๆ เมื่อเทียบกับเด็กผู้ชายด้วยกัน โดยเฉพาะในขณะที่รอบตัวเต็มไปด้วยคนตะวันตกแบบนี้แล้ว เขาดูตัวเล็กลงอีกหนึ่งหรือสองเท่า
.
เขาพูดอะไรสักอย่างกับคนที่เพิ่งออกมาจากร้านสะดวกซื้อ เหมือนไม่พอใจที่ตัวเองต้องรอนานนัก ก่อนหายเข้าไปในรถยนต์คันโก้และแล่นออกไปในที่สุด
.
“—ฮุน เฮ้ เซฮุน ฟังอยู่หรือป่าวเนี่ย?”
“อ๋อ– ขอโทษทีนะว่าไง?”
.
เรานั่งกันอยู่สักพัก พูดคุยเรื่องทั่วๆ ไป เรื่องรายงานที่อาจารย์มอบหมายบ้างรวมถึงเรื่องไร้สาระที่น่าหลีกเลี่ยง เช่น
.
“นายต้องหาแฟนสักคน”
.
ผมเหมือนกำลังจะตาย แต่ไม่แน่ใจว่าเพื่อนๆ รู้สึกได้ เพราะทุกคนพยักพะเยิดอือออเห็นด้วยกับประโยคสั่นประสาทนั้นสุดๆ
.
“นายอายุ 17 แล้ว ไม่เคยคบใครเลยจริงอะ?”
.
ผมตอบว่า “อือ” และพวกเขามีสีหน้าตกใจแบบให้ตายเหอะ พรุ่งนี้ไฟจะดับทั้งอเมริกา แบบนั้น
.
“เด็กอายุ 17 เดี๋ยวนี้มีแฟนกันหมดแล้ว ไม่ ไม่ใช่ น่าจะตั้งแต่ 15 แล้ว ไม่ดิ ฉันมีจูบแรกกับแฟนตอนอายุ 13 ด้วยซ้ำ”
.
ผมแค่นหัวเราะ กระทั่งคำว่าจูบสะกิดเข้าที่ส่วนใดส่วนหนึ่งในหัวใจ จูบแรกเหรอ
.
“แล้วนายเคยจูบกับใครหรือป่าว?”
.
จูบกับใครน่ะหรือ
.
“ว่าไงเซฮุน!”“ไม่! เออ– เรา กลับกันเหอะ”
.
การพยายามทำอะไรก็ตามแต่ทั้งที่รู้แก่ใจอยู่แล้วว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ การพยายามเข้าใจอะไรก็ตามแต่ที่จะไม่มีวันเข้าใจ
.
.
ตอนที่เขาอายุ 17 ปี เขาจูบกับเพื่อนของเขา
.
ผู้ชายคนนั้น หลังจากที่ลงจากรถ ที่หน้าบ้านของเรา ผมไม่รู้ว่าพี่กำลังคิดอะไรหรือเรื่องนี้เป็นเรื่องประเภทไหนด้วยซ้ำ กระทั่งแม้แต่ตอนที่ตัวเองอายุ 17 บ้างแล้วในตอนนี้ ยังไม่เข้าใจอะไรมากขึ้น ผมวิ่งตามเขาตลอด พยายามจะไปให้ถึงตัวเขาตลอดมาตั้งแต่ตอนที่เป็นเด็กๆ จริงๆ ทั้งที่รู้แก่ใจอยู่แล้วว่าไม่มีวัน
.
แม้ว่าเราอยู่ข้างกายกัน ใช้ห้องนอนที่ติดกัน แต่ผมไม่มีวันเข้าใกล้เขาได้เลย ไม่มีทางย่นระยะความห่าง
.
ความปรารถนาของผมเริ่มคลี่คลายแต่ไม่สามารถทำอะไรกับมันได้สักอย่าง อายุ 17 ปีผ่านพ้นไปในลักษณะนั้น
.


*



ฤดูหนาวปีต่อมาผมตกลงคบกันเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในห้อง เธอเป็นคนดี เป็นเด็กที่น่ารักและเรียบร้อย ไม่ฉูดฉาดหรือขี้โหวกเหวกโวยวายเหมือนคนอื่นๆ มันคงจะเป็นทางออกที่ดีถ้าผมเกิดชอบเธอจริงๆ ขึ้นมาได้ แต่จนแล้วจนรอด ทั้งหมดนี้ก็แค่การหนีปัญหาปัญญาอ่อนประเภทหนึ่ง


ผมรู้ว่ารักเขา


ผมรักพี่ ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่สำคัญเพียงแต่ความรู้สึกนั้นแตกต่างออกไปจากคำว่าครอบครัวหรือพี่น้องอย่างชัดเจน นั่นแหละที่พี่พยายามหลีกเลี่ยงมันมากที่สุด เราไม่ใช่พวกโง่กันหรอกนะ เขารู้เรื่องนี้

เขาไม่ใช่เด็กๆ อีกแล้ว ต้องพูดว่าพวกเราไม่ใช่เด็กๆ กันอีกแล้ว เราไม่ร้องไห้เวลาที่สอบตก ไม่แอบปีนขึ้นไปบนหลังคาเพื่อขอพรกับดาวตก เราไม่พูดกันเหมือนเก่า หรือไม่มันก็กลับกลายเป็นเพียงความพยายามข้างเดียวของผม
.
ผมรู้สึกเหมือนเขาพยายามหนีไป พยายามหายไปจากผมหรือให้ผมหายไปได้ก็ดี
.
.
“เด็กผู้หญิงคนนั้นน่ารักดี”
.
เป็นรอยยิ้มที่จำแทบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าได้เห็นมันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ผมพยักหน้ารับ เขาคงรู้เรื่องนั้นแล้ว แน่สิ ออกจะตั้งหน้าตั้งตารอให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นสักวันด้วยซ้ำ นั่นล่ะ เขาถึงได้พูด ด้วยรอยยิ้มนั้น ทั้งหมดทำลายความอดทนของผม
.
ผมดึงข้อมือเล็กๆ ของเขาเอาไว้และฉุดรั้งเข้ามาใกล้ก่อนที่เราจะจูบกัน
.
เราจูบกันจริงๆ
.
เป็นจูบแรกในชีวิตของผม
.
เขาพยายามขืนตัวออกแต่เป็นผมเองที่กอดเขาไว้ แล้วจูบเขา ทำให้เขาร้องไห้
.

“พวกเธอทำอะไรกัน!!!”


.

*



ตั้งแต่อายุ 9 ขวบหลังจากที่มีพี่ชาย ไม่ว่าอะไรในโลกนี้ อะไรก็ตามแต่ มีหนึ่งคนที่สามารถตอบคำถามของผมได้ทุกข้อ ทุกๆ คำถามของผมจบลงด้วยทุกๆ คำตอบของเขา
.
และไม่ว่าคำตอบนั้นจะเป็นคำตอบที่ผิดหรือถูกมันก็เป็นคำตอบที่ผมเชื่อจริงๆ เสมอมา

แม่ร้องไห้ไม่หยุด นั่งกุมขมับ จูบกัน เขาว่าเราจูบกันได้ยังไง... พยายามคิดหาคำพูด คำถาม หรืออะไรสักอย่างขึ้นมาเปิดฉากบทสนทนาของเรา แต่สุดท้ายก็กลืนหายไปกับก้อนสะอื้นเสียก่อน
.
ผมรู้ว่าผมทำให้แม่เสียใจ
.
แต่ทุกอย่างตั้งอยู่อย่างหมิ่นเหม่บนความผิดครึ่งหนึ่งและความถูกต้องเพียงครึ่งหนึ่งเช่นกัน ผมรู้ว่าผมจะทำให้ทุกคนต้องเสียใจ แต่ความรู้สึกของผมต่อเขาเป็นเรื่องจริงจังและซื่อตรง
.
มันคงจะดีถ้าเราจะไม่ได้เป็นพี่น้องกันแม้เพียงในนามแบบนี้ หรือไม่มันก็คงจะดีที่สุดถ้าเราจะไม่ได้เป็นเด็กผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ พ่ออาจคิดว่ามันคงจะดีถ้าพี่อยู่ให้ไกลจากผมมากเท่าไหร่ได้ยิ่งดี เขาลากพี่ขึ้นไปบนห้องและทะเลาะกันเสียงดัง พี่ไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าพ่อจนครั้งนี้ ทุกคนคิดว่าตัวเลวร้ายคือพี่แต่คำตอบที่ถูกต้องคือผมต่างหาก เป็นความผิดของผมทั้งหมด



*



“พี่... ลู่หาน”
.
ในคืนนั้น เขานอนหลับทั้งที่ยังทิ้งคราบน้ำตาไว้บนในหน้าวัยเยาว์ ผมชอบมองเขา ที่จริงแล้ว ทุกๆ อย่าง บนในหน้านั้นเหมือนภาพวาดซึ่งดูน่าหวงแหนกว่าอะไรในโลก เขาดูเหมือนเด็กกว่าผมเสมอเวลาที่ยืนอยู่ข้างกัน และแม้ว่าเขาจะไม่พอใจจริงๆ ที่เป็นแบบนั้นแต่ผมชอบใจมาก
.
ผมปลุกเขา แม้จะตกใจไม่น้อยแต่อาการสลึมสลือก็ทำให้เรื่องทั้งหมดง่ายกว่าเดิมนิดหน่อย
.
“ออกไปดูดาวกันนะ”
.
เขาพูดว่าไม่เอาๆ อยู่หลายครั้งแต่สุดท้ายก็ยอมเดินตามหลังผมที่จับจูงมือของเขาไว้
.
“เรากำลังจะไปไหนกัน?”
.
ผมยิ้ม ไม่ตอบคำถาม ดันให้เขาขึ้นรถ
.
“ไม่เอา อย่านะเซฮุน ไม่อยากทะเลาะกันพ่ออีก หยุดเถอะ”
“พี่เริ่มทะเลาะกับพ่อมาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้วจะมาหยุดอะไรตอนนี้”
“ไม่ตลกนะ”
“นะครับ... ขึ้นรถเถอะ”
.
เขาลังเลอยู่นาน แต่เพราะผมเองที่ยังดื้อดึงยืนยันคำเดิมเช่นกันเขาถึงได้ขึ้นไปนั่นบนเบาะรถด้วยสีหน้าท่าทางกระเง้ากระงอด เขาเหมือนเด็กกว่าผมหลายปีจริงๆ ในเวลาแบบนี้ เขาไม่มีพิษมีภัยอะไรเลย เขาก็แค่น่าถนุถนอมเกินไปด้วยซ้ำสำหรับผม
.
สำหรับผมแล้วเขาน่ะเป็นนางฟ้าประจำตัวของผม ถ้าต้องการอะไรสักอย่างในชีวิต นางฟ้าของผมก็อยู่นี่แล้ว ผมจะขอพรได้โดยที่ไม่ต้องรอคอยให้ดวงดาวตกลงมา และพรนั้นก็เป็นจริงเสมอ ผมขอให้เขาอยู่ข้างกายผมไปตลอดและเขาก็อยู่ที่นี่แล้ว



*



เรากอดกันมากเท่าที่เราอยากกอด จูบกันมากเท่าที่เราอยากจูบ และร้องไห้ได้นานเท่าไหร่ก็ได้เท่าที่เราต้องการ ในที่ๆ ไม่มีใครรู้จัก ในที่ๆ ไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นพี่น้องกัน บางทีสถานที่แบบนั้นอาจจะดีกว่าที่ๆ มีครบทุกอย่าง ...ที่ๆ เราจากมา
.
หลุมกับดักขนาดใหญ่–
.
ที่ถ้าบังเอิญพลัดตกลงมาเพียงครั้งเดียวก็จะไม่มีวันได้ขึ้นไปจากที่นี่อีก ที่นี่– มีพร้อมแล้วทุกอย่าง –ตั้งแต่ความทุกข์ไปจนถึงความสุข
.
เราทั้งกำลังหัวเราะและร้องไห้กับสิ่งที่เป็นอยู่ ที่จริงถ้าลองคิดดูให้ดีแล้วในโลกก็เป็นแบบนี้ทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะที่นี่หรือเพียงแค่เราทั้งคู่แต่กับทุกคน บนความสุขก็กำลังแบกรับความเจ็บปวดไปพร้อมๆ กันโดยที่ไม่รู้ตัว 
.

เพราะฉะนั้นพี่อย่ากลัวไปเลยนะ



All about 1/2
TBC...
.
.

Comment

Comment:

Tweet