凡的基.尔.提♡ View my profile

[SF.] DЯUG P△RTY 1/2

posted on 27 Jan 2012 17:28 by childen2shangri-la in short-fiction directory Fiction, Asian
 
Title: DЯUG P△RTY 1/2
Paring: Jonghyun x Minhyuk
Genre: Short fiction, A/U, Romantic, Drama, Fantasy
Rate: PG 13
Author: (C)2012Gyrti
 
NOTE: อุ่นกวา~ง อยากเขียนอุ่นกวาง อยากเขี~ยน(เพ้อ)
ว่าแต่ ทำไม HIT บล็อคเราถึงเป็นแบบนี้ล่ะ อะไรเนี่ย :( http://upic.me/i/74/wcats.png
 
 
 
 
 
 
นี่อาจจะเป็นความผิดพลาดครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตการเป็นตำรวจของเขาเลยก็ได้ จงฮยอนชะงัก หยุดปลายนิ้วไว้ ทั้งที่ลมหายใจกระชั้นและหอบถี่ เสียงกราดปืนสนั่นดังไม่หยุดอยู่เบื้องหลัง ทว่าหัวใจดวงน้อยกับเต้นตึกตักหนักหน่วงบีบคั้นเหลือเกิน เกินกว่าที่จะลวงหลอกตัวเองให้ทำเป็นไม่ใส่ใจได้...

ใครสักคน

ใครบางคนนอนขดเรือนร่างเล็กๆอยู่ที่เบื้องหน้าเขา ไกลออกไปเพียงไม่กี่ก้าว เหมือนเด็กๆ แต่ที่นี่สกปรกโสมมจนเกินไป ตึกเก่าคร่ำครึ สูงตระหง่านใจกลางเมืองใหญ่ ใครจะรู้ว่าความน่าพิสมัยทั้งหมดนั้นกลับเคลือบแฝงไว้ด้วยเงาของสังคมมืด ผู้หญิงจำนวนมากถูกขายบริการที่นี่ จะเรียกว่าซ่องก็ไม่ผิดหรอก เพราะอย่างนั้น... เด็ก?

มีเด็กอยู่ที่นี่?

เป็นไปได้ที่ไหน...


“ฮึก...”

ใจของเขาสั่น เพราะเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้น กองปราบทั้งกองมีงานต้องสะสางที่นี่ การบุกจับพวกค้าประเวณีเป็นไปอย่างรวดเร็วและรัดกุม ทว่าเพียงเพราะวินาทีสั้นๆ ที่เสียงอุทานหนึ่งตวัดดังขึ้นนั้นทำให้คลางแคลงใจไม่น้อย

เป็นเสียงเล็กๆของเด็กๆ

และถ้าเดาไม่ผิดล่ะก็ เสียงอุทานนั้นมีผลมาจากกระสุนปืนของเขา

ปลายเท้าทั้งคู่สั่นเทาอย่างกลัวผิด หากแต่ยังคงก้าวเดินมาดมั่นเพื่อนำไปสู่อีกบุคคล เบื้องหลังตู้โชว์ไม้หรูหราที่พังยับเยินหมดราคาด้วยร่องลอยของกระสุน ที่ตรงนั้น… ลูกแมวตัวน้อยๆ เปื้อนเปราะไปด้วยคราบโลหิต นอนหอบกระชั้น ลมหายใจแกว่ง ขาดห้วงอย่างน่าเป็นห่วงอยู่นั่นเอง

ลูกแมว… ลูกแมวที่ไหนกัน

คนต่างหากล่ะ เด็ก


“จงฮยอน!!!”

ไม่ทันที่จะได้ดึงสติกลับมาจากภาพตรงหน้า เสียงขานเรียกแสนคุ้นเคยทั้งตัวคนพูดก็ให้ตรงปรี่เข้ามาไวปานจรวด ชเว จงฮุนเป็น เพื่อนสนิทของเขา ใบหน้าหล่อเหลาชุ่มด้วยเม็ดเหงื่อ แต่กลับแย้มยิ้มร่า บ่งบอกให้รู้ว่าสถานการณ์ที่เพิ่งผ่านมาเมื่อครู่นั้นเรียบร้อยดี ไม่มีปัญหาใดๆ

จงฮุนบอก 

“ไปกันเหอะ คนอื่นเค้าหิ้วคอไอ้พวกตัวเบ้งๆลากขึ้นรถกันพันวัล แล้วมึงมาทำอะไรอยู่ตรงนี้วะ หะ... เฮ้ย... เฮ้ย... เด็ก?”

เออ ใช่ เด็ก

คงจะไม่ต้องอธิบายอะไรอีก เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่อายุอานามดูไม่น่าจะเกินสัก 13-14 ปี นอนขดตัวเองเป็นวงกลมหัวจรดเข่า ที่ขาข้างหนึ่งปรากฏรอยแผลสดขนาดใหญ่ โลหิตสีเข้มปริมาณมากรินไหลออกมาเป็นทางยาว

จงฮุนเงียบไปสักพัก กระทั่งตั้งสติได้ พูดออกมาด้วยน้ำเสียงแบบที่ไม่น่าไว้วางใจ

“มีเด็กเล็กๆมาอยู่ในเขตนี้ได้ไง?”

ก็ใช่น่ะสิ

เขาเองส่ายศีรษะ


โลกเปลี่ยนไปในทางที่แย่

หนึ่งเมืองถูกแบ่งออกเป็นหลายเขต และขีดเส้นกำกับไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า สถานที่แห่งนั้นเป็นสถานที่สำหรับบุคคลประเภทไหน จะเรียกว่า ‘ชนชั้น’ คงไม่ผิด พื้นที่ของคนรวย พื้นที่ของคนจน หรือยกตัวอย่างเช่นที่นี่ เขตมืดของพวกจิตต่ำ

ปกติแล้วจะไม่มีเด็กๆอยู่ในที่แบบนี้ กฎหมายและตำรวจไม่มีทางปล่อยให้เป็นแบบนั้นแน่ แต่นี่... คงมีความผิดพลาดอะไรสักอย่างเกิดขึ้น

“อย่าบอกนะว่าแผลนั่น... ฝีมือมึง”

ก็อยากจะให้มันไม่ได้เป็นแบบนั้นอยู่เหมือนกัน แต่ก็บังเอิญดูเหมือนว่าจะใช่นะ จังๆเชียวล่ะ เขาถอนลมหายใจ ส่งกระบอกปืนสีดำด้านคู่ใจไปไว้ให้เพื่อนถือ

“หือ?”

“ต้องพาไปโรงพยาบาล”

“ห๊ะ?”

“ฉันทำให้เด็กนี่เจ็บ ก็ต้องรับผิดชอบ”

จงฮุนหัวเราะ รับกระบอกปืนมาโดยไว ก่อนที่อีกคนจะรีบตรงดิ่งเข้าไปตระกองกอดเอาร่างเล็กๆนั้นขึ้นมาอุ้มไว้ให้ อยู่ในอ้อมแขน ตัวเบาเป็นบ้า... 

ตอนนั้นแหละที่ได้เพ่งพิศอย่างจริงจังอยู่ที่ใบหน้าเรียวเล็กอาบเหงื่อ อย่างกับเด็กผู้หญิงงั้นแหละ ดวงตาสวยพริ้มหลับ จมูกเป็นสันเล็กๆดูน่ารัก กับริมฝีปากบางสีจัดที่เผลอตัวส่งเสียงครางฮืออกมาทุกครั้งที่รู้สึกเจ็บ

เหมือนลูกแมวตัวน้อยๆ เป็นความบริสุทธิ์ที่หาได้ยากแล้ว ในช่วงเวลานี้

ไม่ทันที่จะได้ทำอะไร กลับเป็นเพื่อนสนิทของเขาอีกตามเคยที่รีบชิงพูดขึ้นมาอย่างร้อนใจ

“เฮ้ย เดี๋ยวก่อน!!!” ชายหนุ่มว่า คิ้วขมวดชนกันเป็นปมอย่างเคร่งเครียด “มึงจะหอบเด็กนี่ออกไปโต้งๆแบบนี้ไม่ได้ เชรี้ย... รองหัวหน้ามาดูงานมึงก็รู้ ขืนเรื่องนี้เข้าหู ถึงขั้นยิงปืนพลาดโดนเด็กขาหักนี่มึงกับกูได้โดนเด้งแน่ๆ!”

จงฮยอนกัดริมฝีปาก

มันก็ใช่

เพราะก่อนหน้านี้ทั้งเขาและจงฮุนเพิ่งจะทำงานชิ้นสำคัญพังไม่เป็นท่าไปหมาดๆ ขืนถูกรู้เรื่องของคนในอ้อมกอดนี่เข้าอีกเป็นจบเห่ ชีวิตการเป็นตำรวจของอี จงฮยอนเห็นทีจะไม่รอด ไม่ถูกย้ายก็ได้พักงานเป็นการใหญ่กันล่ะ

“แล้วให้ทำไง? คนจะตายอยู่รอมร่อ”

จงฮุนจิ๊ปากเสียงดังอย่างหัวเสีย 

พอตั้งต้นจะช่วยคิดแผนการเพื่อทำอะไรสักอย่างกับสถานการณ์นี้ เสียงอื้ออึงของบรรดาสมาชิกกรองปราบก็ได้ทีระงมเรียกพวกเขากันให้เสียอีก ถลึงตามองคนที่ตีหน้าเครียดอยู่อย่างขัดใจ ก่อนตะโกนรับกลับไปเพื่อรักษาชีวิต

“ครับ ผมกับจงฮยอนกำลังจะไป!!!”

คนตัวเล็กร้องครางเพราะพิษบาดแผล ฟันซี่เล็กขบที่ริมฝีปากล่างอย่างอดทน ดวงตาทั้งคู่หลับสนิท ทว่าเรียวคิ้วกลับผูกกันด้วยรู้สึกทรมานและเจ็บปวด

“มึงพาเด็กนี่กลับไปก่อน ไปที่รถมึงเลย เดี๋ยวกูเคลียร์กับพวกในกองให้เอง”











มันอาจจะเป็นเพียงแค่ความรู้สึกแปลกประหลาด

ความรู้สึกแปลกประหลาด ก็ในเมื่อจู่ๆมีใครอีกคนหนึ่ง ใครที่ไหนก็ไม่รู้มานอนอยู่ร่วมห้อง... ถึงอีกฝ่ายจะไม่ได้สติใดๆเลยก็เถอะ

หลังจากที่พาคนตัวเล็กไปทำแผลที่คลินิกแห่งหนึ่งที่รู้จักแล้ว จงฮยอนก็จำจะต้องหอบเอาภาระขนาดใหญ่นี้กลับเข้ามาด้วย ทำไงได้เล่า ก็เป็นเพราะเขา เขานั่นแหละคนผิด ถ้าไม่วู่วามเหนี่ยวไกปืนออกไปทั้งๆแบบนั้น เด็กนี่ก็คงจะไม่มาโดนลูกหลงจนบาดเจ็บสาหัสแบบนี้

สุดท้าย เขาตัดสินใจที่จะพักเรื่องราวทุกอย่างไว้ภายในวินาทีต่อมา

เหนื่อยมากเกินไปในแต่ละวัน ควรจะพักผ่อนเสียก่อน ค่อยตื่นขึ้นมาคิดว่าจะเอายังไงต่อ


โค้ทเครื่องแบบตัวยาวถูกถอดวางพาดไว้ที่เก้าอี้ทำงานประจำ ห้องของเขาเป็นห้องเล็กๆราคาถูกๆ มีเตียงหนึ่งเตียงตั้งอยู่ติดกับหน้าต่าง ถัดมาเป็นโต๊ะทำงาน และมีโซฟาอยู่ฝั่งตรงข้าม

มีเพียงเท่านี้

ออกจะดูแห้งแล้งไปสักนิด ทว่าก็ไม่เคยคิดติดใจอะไร

แค่มีสถานที่เล็กๆให้ได้พักพิง

หลบหลีก หนีห่างจากสังคมวุ่นวายและอันตรายภายนอกเพียงแค่นั้น ก็น่าพอใจที่สุดแล้ว


จงฮยอนนอนลงที่โซฟาตรงกันข้ามกับโต๊ะทำงานไม่ห่างจากอีกคนมาก เผื่อมีเรื่องสุดวิสัยอะไรขึ้นมาจะได้รีบช่วยเหลือ เด็กนั่นก็ดูจะทุเลาลง รู้ได้จากลมหายใจที่กลับมาเข้าออกอยู่ในระดับปกติแล้ว ทำเอาคนที่เป็นต้นเหตุถึงกับเบาใจลงได้หน่อยนึงล่ะ

กว่าชั่วโมงที่นอนมองฟ้ามืดอันเต็มไปด้วยดวงดาวเล็กๆมากมายนอกหน้าต่างอยู่อย่างนั้น นอนไม่หลับ... ไม่เคยเป็นแบบนี้มากก่อนเลย

ถ้ามันเกิดขึ้น มาจากความรู้สึกแปลกประหลาดของครั้งแรกที่ต้องมีใครคนอื่นนอนร่วมห้องล่ะก็นะ

ให้ตายสิวะ...

ได้ไม่ต้องทำงานทำการกันพอดี


เขาตัดสินใจยันตัวลุก หวังจะได้โกโก้อุ่นๆสักถ้วยดื่มกระตุ้นให้คลายความตรึงเครียดและผล็อยหลับ วินาทีนั้นล่ะ ที่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ...

ลูกแมว?


ใช่... ลูกแมว


จงฮยอนหลับตาลงด้วยความไม่เชื่อในสายตา ครั้นพอลืมตื่นขึ้นมา ทว่าภาพตรงหน้ากลับยิ่งย้ำชัดขึ้นว่าเขาไม่ได้ตาฝาด แสงสว่างของพระจันทร์ดวงใหญ่สาดส่องสะท้อนให้เห็น

แมว...

ลูกแมว...


บนเตียงขนาดกะทัดรัดตัวเดิม แทนที่จะเป็นเด็กหนุ่มที่ซึ่งเจ้าของห้องเก็บมาได้จากเหตุการณ์สุดวิสัดใน การปฏิบัติหน้าที่ กลับไม่ใช่ ร่างกายของมนุษย์แต่กลับมีส่วนหูและหางเพิ่มขึ้นมาจนเหมือนลูกแมวขนาดเท่า ตัวคน

ทำไม?


ให้ตายสิวะ...

หาเรื่องยากใส่ตัวเข้าแล้วไง

!!!



“ตื้ด... ตื้ด... ตื้ด...”

เขากดต่อสายไปหาคนเป็นเพื่อน ไม่น่าจะใช่สิ่งที่ควรทำที่สุดสำหรับตอนนี้หรอก แต่จงฮยอนกำลังอึ้งกิมกี่และบอกตามตรงว่าสมองตอนนี้มันตีบตันไปแล้ว เขาเคยได้ยินมาก่อน เรื่องของมนุษย์ที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อการค้าแบบนี้

เป็นเรื่องผิดกฎหมายที่ในสังคมมืดนิยมทำ และถูกทางการกวาดล้างอย่างจริงจังเมื่อ 30 ปีที่แล้ว

ปัจจุบันก็ไม่น่าจะ… มาโผล่อยู่ที่นี่

ไม่น่าจะมีแล้วนี่ บ้าเอ้ย แล้วเกิดหลุดรอดมาได้ยังไงวะ !!!


แทบจะเขวี้ยงโทรศัพท์มือถือทิ้ง เมื่อไม่ว่าจะต่อสายไปหาเพื่อนสนิทอย่างจงฮุนมากเท่าไหร่ สิ่งที่ได้กลับเป็นเพียงแค่สัญญาณรอสายและตัดหายไปในที่สุด

ก็เข้าใจ ดึกดื่นป่านนี้ใครมันจะแหกตาตื่นขึ้นมารับ

แต่นี่มันเหตุด่วนเหตุร้ายแบบโคตรพ่อโคตรแม่!!!

มีสิ่งมีชีวิตผิดกฎหมายอยู่ภายในห้องของเขา แล้วจะให้เอายังไงต่อ!!!


ไม่รู้ทำไม อาจจะเป็นเพราะความรู้สึกที่ว่าวินาทีต่อจากนี้จะต้องมีเรื่องยุ่งๆเข้ามา ใส่ตัวเขาอีกมากมายเป็นแน่ ตอนนั้นแหละที่อยากจะกระชากเอาคนตัวเล็กที่นอนหลับใหลอย่างเป็นสุขอยู่ขึ้น มาจัดการปัญหาเสียให้รู้เรื่อง

ไล่ออกไป... ต้องไล่ออกไปให้ไกล

ให้อยู่ที่นี่ไม่ได้ ไม่เด็ดขาด!!!


ตอนนั้นสายเรียกดังขึ้น จงฮยอนรีบกระชากเครื่องมือสื่อสาร กดรับอย่างร้อนใจ

“เป็นเหี้ยยย... ‘ไรมากป่ะ โทรฯมาตอนตี 3!!!”

จงฮุนบอก เสียงยังติดจะงัวเงียหงุดหงิดอยู่ไม่ใช่น้อย แต่คนเป็นเพื่อนกลับไม่ได้ใส่ใจมัน

“มึงมาหากูที่ห้อง เดี๋ยวนี้เลย!!!”

“ห๊ะ?”

“เดี๋ยวก็รู้!!! เรื่องสำคัญ!!!”

“เร๊อะ?”

“มึง!!!”

“เออๆๆ รออีก 10 นาที!!!”











ปัง!

เขากระชากประตูปิด ก่อนที่คำสถบสิบล้านประโยคจะพรุ่งพรวดออกมาจากปากคนเป็นเพื่อนภายในเวลา เพียงเสี้ยววินาที ทีนี้เชื่อหรือยังล่ะ ว่าเรื่องใหญ่โตมากแค่ไหน ไอ้ที่จำเป็นจะต้องโทรฯไปตอนตี 3 แบบนี้!!!

“โอ้ย... กูไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ลบ ลบความทรงจำ กูไปนะ... อย่าซักทอดมาถึงกูเด็ดขาด... จบป่ะ ลา”

“เหี้ยยย...!!!”

“นี่มันเรื่องใหญ่เกินที่กูจะช่วยมึงได้แล้ว!!! พวกครึ่งสัตว์... พวกมนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรม โอ้ย... มีแต่ตายกับตาย ผิดกฎหมายระดับโลก มีผลต่อความมั่นคงของมนุษยชาติ มึงก็รู้... ถ้าเจอที่ไหน…”

“…”

“กำจัดทิ้งสถานเดียว”


จงฮยอนกลืนน้ำลายให้กับประโยคสุดท้ายที่เพิ่งจบลง ทั้งๆที่ก็รู้อยู่แก่ใจแต่แรกแล้วเรื่องนี้ แต่กลับพยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอดในระยะเวลาสั้นๆ กำจัด... ให้ตายเถอะ ฆ่าชีวิตคนๆนึงที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยน่ะเหรอ

ง่ายดายและไร้เหตุผลขนาดนั้นเชียว?

“มึงว่ากูควรทำแบบนั้นมั๊ยล่ะ จงฮุน มึงดู... แค่นี้ยังไม่มากเกินไปอีกเหรอวะ เด็กนี่ไม่ได้ทำอะไรให้กู”

“งั้นมึงเลือกสิว่าจะให้ไอ้เด็กนี่ตายหรือมึงจะต้องตาย นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กแล้วนะ ปกติก็ไม่ควรจะเข้าไปยุ่งอยู่แล้ว ใครมีพวกนี้ไว้ในครอบครองก็โดนทางการตามฆ่าล้างโคตรหมดแหละ และก่อนที่มันจะกระจายไปเข้าหูใคร มึงต้องทำ!!!”

อยากจะระเบิดอารมณ์ อยากจะไปลงกับอะไรสักอย่าง แต่ก็รู้ว่าที่จงฮุนพูดมาทั้งหมดเป็นความจริง

มนุษย์ที่ถูดดัดแปลงพันธุกรรม... พวกมนุษย์ครึ่งสัตว์

เป็นการทดลองผิดกฎหมายของนักธุรกิจในวงการการค้ามนุษย์ในสังคมมืด เวลากลางวันจะมีลักษณะเหมือนกันกับมนุษย์ปกติทั่วไป และในเวลากลางคืนจะมีลักษณะเด่นของสัตว์แต่ละประเภทเกิดเพิ่มขึ้นมา เป็นการดัดแปลงมนุษย์เพื่อเพิ่มมูลค้าในการค้าขาย

30 ปีที่แล้วรัฐบาลประกาศให้การดัดแปลงมนุษย์เป็นสิ่งผิดกฎหมาย เมื่อมนุษย์ประเภทนี้มีความสำพันธ์กับมนุษย์อื่นๆและให้กำเนิดเด็ก ผลที่ตามมาจึงทำให้พันธุกรรมของมนุษย์และสัตว์บิดเบือนไป เกิดเป็นสิ่งมีชีวิตยีนส์ด้อยซึ่งเป็นปัญหาทางสังคมและอื่นๆ

รัฐบาลประกาศให้มีการทำลายมนุษย์ประเภทนี้ทิ้งทั้งหมด เกิดเป็นการกวาดล้าง การต่อต้านและสงครามครั้งใหญ่ ปัจจุบันหากผู้ใดมีไว้ในครอบครองถือเป็นการละเมิดกฎหมายระดับสูง ตามมาตราที่ 1,469 ว่าด้วยการคุ้มครองเผ่าพันธุ์มนุษย์…


ไอ้บ้าเอ้ย!!!

ทำไมถึงได้ซวยอย่างนี้วะ!!!





 
 
 
 
 
“…”

บรรยากาศมาคุแผ่กระจายอยู่รอบตัวเขา ครู่ใหญ่แล้วที่คนตัวเล็กบนเตียงรู้สึกตัวและตื่นขึ้น อาการบาดเจ็บยังมีผลอยู่มาก อาจจะยังขยับแข้งขาหรือเดินเหินไปไหนไม่ได้ แต่ไข้ก็ลดลงแล้ว สามารถทานอาหารและยาได้ตามหมอสั่ง

จงฮยอนไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยื่นถาดอาหารที่มีข้าวต้มอุ่นๆหน้าตาหน้าทานไปให้ และมองดูอีกฝ่ายที่แทบที่จะยัดมันเข้าปากไปอย่างเสียกับว่าไม่มีอะไรเลยตก ถึงท้องเลยมาหลายวัน

จากนั้น

ทุกอย่างก็กลับมาเงียบและตรึงเครียดเหมือนเก่า


เขายังไม่รู้ว่าควรที่จะเริ่มจัดการที่ตรงไหน?


“นายชื่ออะไร?”

สุดท้ายก็ยอมเปิดปากถาม เด็กหนุ่มทำท่าสะดุ้งเล็กน้อย กัดริมฝีปาก จับจ้องกลับมาที่เขานิ่งอย่างระวังภัย ให้ตายสิวะ… ใครกันแน่ที่จะมีภัย

ฉันต่างหากล่ะ!!!

“จะตอบไม่ตอบ ถ้าไม่ตอบก็ออกไปเลย”

คนบนเตียงได้แต่ฮึดฮัด เปล่งเสียงออกมาแผ่วผิว อย่างช้าๆ เหมือนว่าเป็นเรื่องผิดปกติ

“…ฮยอก”

“…”

มินฮยอก…”


มินฮยอก…

ไม่รู้เพราะอะไร แต่กลับต้องหันหน้าหนี เพื่อบดบังรอยยิ้มชอบใจจากเรื่องแค่นั้น จงฮยอนพยักหน้า เดินเข้าไปใกล้อยู่ที่ข้างเตียงนั้น

“จำได้หรือป่าวว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น?”

มินฮยอกส่ายหน้า มันทำให้อีกคนชั่งใจว่าควรจะบอกอะไรออกไป ความจริงหรือเรื่องอื่น?

“นายโดนยิง”

เขาตัดสินใจเผยออกไปแค่นั้น อย่าให้รู้ดีกว่าว่าเขาเป็นคนทำ จะพาลไล่ออกไปไม่ได้เสียเพราะความผิด

“และที่นี่คือห้องฉัน ฉันจะยอมให้นายอยู่ที่นี่จนกว่าแผลจะหาย”

“…”

“ถ้าอาการดีขึ้น จนเป็นปกติเมื่อไหร่ นายต้องออกไป…”

“…”

“เข้าใจหรือป่าว?”

“คะ… ครับ”











จงฮุนกำลังจะสติแตก ทันทีที่รับรู้เรื่องทั้งหมด ทันทีที่รู้ว่าจงฮยอนเพื่อนสนิท เป็นมนุษย์ประเภทที่มีความรับผิดชอบอย่างใหญ่หลวงจนเอาตัวเองไปอยู่ใน สถานการณ์เสี่ยงเพียงไหน

เลี้ยงแมวตัวใหญ่ไว้ในห้อง

เออเฮอะ!!!

เตือนแล้วไม่ฟังแล้วเดี๋ยวจะได้รู้กันว่าอะไรจะเกิด!!!


“มึงแหกตาดู”

จงฮยอนรับเอกสารในมือของอีกฝ่ายขึ้นมาตรวจทาน ปรากฏว่าในนั้น ฉายภาพใครคนหนึ่งที่เรียกได้ว่ารู้จักดีเสียยิ่งกว่าดีอีก

เพื่อนร่วมห้องชั่วคราวของเขา…

คัง มินฮยอก

มนุษย์ดัดแปลงครึ่งสัตว์ผิดกฎหมาย

“ทางการออกหมายประกาศจับตั้งแต่วันพุธ หลุดออกมาจากโกดังไอ้พวกชั่วที่กองบุกเข้าไปล้างบางเมื่อคืนวานๆนู้นนั่นล่ะ หลักฐานเพียบ!!!”

เขาพยักหน้า ยังคงก้มลงดูเอกสารต่ออย่างเคร่งเครียด

“ใครซุกซ่อนไว้มีแต่ตายกับตาย แล้วมึงรู้มั๊ย… ใคร?

อยากจะตอกหน้าเพื่อนรักกลับไปสักหมัดสองหมัด แต่ก็รู้ ความหวังดีจากใจจริงของจงฮุน หลายสิบ หลายร้อยครั้งที่คนเป็นเพื่อนพยายามเกลี้ยกล่อมเขาให้ปล่อยมินฮยอกไปเพื่อ ไม่ให้เกิดปัญหา แต่ก็เป็นเขาเองอีกนั่นแหละที่ออกปากปฏิเสธ

เพียงเพราะเหตุผลของการสำนึกผิดที่มีอยู่ลึกๆในจิตใจ

จงฮุนคัดค้านหันชนฝา


“มึงพอเหอะ”

เขาทิ้งเอกสารลงไปบนโต๊ะ หมดเวลางานแล้ว อยากเลิกคิดเรื่องนี้แม้จะเป็นได้แค่เพียงการหลอกตัวเองไปวันๆก็ตามที ว่ามันจะไม่มีอะไร

จะไม่มีอะไรแย่ๆเกิดขึ้น

“กูให้เด็กนั่นอยู่แต่ในห้องห้ามออกไปไหน ไม่มีใครรู้หรอกถ้ามึงไม่พล่อยบอก”

“สัตว์… มึงอย่ามั่นใจนัก เพราะสวรรค์ชอบเล่นตลก

“นี่ก็ตลกมากพอแล้ว กูบอกแล้วถ้าเด็กนั่นหายเมื่อไหร่กูจะให้ออกไปจากห้องทันที”

“จะไล่ออกไปตอนนั้นหรือตอนนี้ผลลัพธ์ก็เท่ากัน จะช้าจะเร็ว จะหายหรือไม่หาย ออกไปโดนจับก็ต้องตาย มึงนั่นแหละจะต่อความยาวสาวความยืดทำไม?”

“มึงไม่เข้าใจ…”

จงฮุนจิ๊ปาก

“อย่าบอกแล้วกันว่าเกิดนึกชอบมันขึ้นมา…”


ก็เกลียดการพูดจาแดกดันไร้สาระแบบนี้ของอีกฝ่ายอยู่หรอก แต่จงฮยอนก็ทำเป็นว่าไม่รู้ไม่เห็น ไม่ได้ยินคำพูดที่จงใจยั่วยุนั้นแล้วลากลับ


ชอบบ้าชอบบออะไร

เหลวไหลเกินไปแล้ว…











มันทำให้เขารู้สึกอยากจะหัวเราะออกมาทุกครั้งเวลาที่ได้เห็นอีกฝ่ายมีท่าทางแบบนั้น

มินฮยอกเป็นเด็ก

เด็กผู้ชายธรรมดา อายุไม่น่าจะเกิน 13 หรือ 14(ไม่อยากถาม)

ผอมแห้งแรงน้อยแต่ว่าก็ไม่ได้ดูน่าเกลียด


เพราะแบบนั้นแหละ เวลาที่อีกฝ่ายจะต้องมาอยู่ในชุดเสื้อผ้าตัวใหญ่โคร่งของเขา มันก็จะดูเทอะทะ เก้งก้าง และผิดวิสัยสุดๆจนอดอมยิ้มไม่ได้


เวลาที่โดนจับได้ว่าถูกหัวเราะเยาะเข้าเสียแล้วก็กลายเป็นทำหน้าง้ำงอกัดริมฝีปากอย่างน้อยอกน้อยใจทุกที

ตลกดี

ความรู้สึกแบบนี้

เหมือนเขาไม่เคยได้ผ่อนคลายมานานมากแล้ว


“ขาเป็นยังไงบ้าง?”

พูดพร้อมทั้งยื่นจานสปาเกตตี้หน้าตาน่าทานเข้าไปให้ คนตัวเล็กยิ้มก่อนรับไว้ ตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“ก็เหมือนเดิมฮะ”

“เหมือนเดิมคือ?”

“ดีขึ้นมากแล้ว แต่พอจะขยับลุกขึ้นเดินก็กลายเป็นว่าเจ็บขึ้นมาทุกที…”

จงฮยอนพยักหน้า ดันแก้วน้ำที่เพิ่งรินเสร็จใหม่ๆลงที่ถาดบนตักของมินฮยอก

“แขนเสื้อลงไปในชามแล้ว”

“อุ๊ย”

เขินเสียยกใหญ่ก่อนรีบรับเอากระดาษทิสชู่จากมือคนที่โตกว่าไปเช็ดทำความสำอาด


ปกติจงฮยอนจะไม่ใช่คนประเภทนี้หรอกนะ แต่แปลกดี ที่เวลาเป็นชั่วโมงๆกลับสามารถใช้หมดไปกับการจับจ้องมองคนตัวเล็กบนเตียงทำ กิจกรรมนู่นนี่ ดื่มน้ำ กินอาหาร อ่านหนังสือ

บางทีก็หันมาถามเรื่องจุกจิกไร้สาระกับเขาแบบเด็กๆ

แปลกดีที่ไม่รู้สึกเบื่อเลยสักนิด


ไม่เคยเป็นแบบนี้เลย


“ผมขออ่านหนังสือของคุณให้หมดทั้งชั้นเลยได้ไหมฮะ”

“อยากอ่านก็อ่าน”

“งั้นเล่มไหนที่เป็นเล่มโปรดของคุณ ผมจะอ่านเล่มนั้นก่อนเลย”

จงฮยอนก็ยกนิ้วชี้ไปสั่วๆ

“เรื่องนี้… เป็นนิยายรักเหรอ?”

“เออมั้ง”

“แล้วเรื่องที่คุณอ่านอยู่ล่ะฮะ?”

“ไม่รู้… นี่ เลิกกวนสักทีได้มั๊ย”


เพราะแบบนั้นแหละ เสียงเจื้อยแจ้วนั้นถึงเป็นอันได้เงียบลงไป เขาแอบลอบมองดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายออกจะมีสีหน้าง้ำงอ น้อยใจเหมือนเด็กๆที่โดนแกล้ง


จงฮยอนตัดสินใจพูด


“ออกไปข้างนอกกัน”

“ฮะ?”

“ฉันบอกว่าออกไปข้างนอกกัน อยู่แบบนี้มาเป็นอาทิตย์แล้วไม่เบื่อหรือไง?”












ที่จริงแล้วมันก็ออกจะลำบากอยู่เหมือนกันนะ

ที่จริงแล้วเขาอาจจะเป็นประเภทที่ชอบหาเรื่องใส่ตัวจริงๆจังๆอย่างที่ชเว จงฮุนว่าก็ได้

ที่บอกว่าออกไปข้างนอก คงไม่ใช่ว่าชวนกันไปเดินลอยชาย ชอปปิ้ง หาอะไรกินสบายใจเฉิบแน่ๆ ก็ในเมื่ออีกคนเดินได้ไม่กี่ก้าวก็ทำท่าว่าจะล้มคะมำอยู่รอมร่อ สุดท้ายก็ตกลงว่าจะพาไปขับรถเล่น

หมวกใบใหญ่ถูกสวมบดบังดวงหน้าน่ารักนั้นไว้ มินฮยอกเองก็เหมือนว่าจะรู้ตัวเองดีทีเดียวว่าสถานการณ์นั้นเป็นแบบไหน ตัวเองนั้นไม่ใช่ประเภทที่จะยื่นหน้าไปพบปะใครต่อใครเพราะหมายศาลยังตามล่า เอาค่าหัว

ก็ตลกดีที่ยังกล้าชวนกันออกมาเสี่ยง

สวรรค์ชอบเล่นตลกมากนักไม่ใช่หรือ?



เขาเลี่ยงเส้นทางชุมชนหนาแน่น ขับรถประจำกายสีตุ่นๆรุ่นเก่าซึ่งได้รับตกทอดมาจากพ่อเรียบไปทางถนนสายยาว ติดชายหาด น่าจะเป็นเรื่องที่ตัดสินใจทำถูกอยู่มาก มินฮยอกท่าทางตื่นเต้นที่ได้เห็นแบบนั้น ดวงตากลมเล็กใสแจ๋วเป็นประกาย พาลจะทำให้คนๆเดียวที่ได้เห็นนั้นแยกยิ้มกว้างออกมาได้ง่ายๆ

ถ้าเป็นไปได้ เขาก็อยากจะเรียกมันว่าความสุข

สวรรค์ชอบเล่นตลก


ความสุขในสถานการณ์ที่ล่อแหลมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายแบบนี้

แต่จงฮยอนรู้ดี ตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้ นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างไม่มีเหตุผลเลยสำหรับเขาก็ได้











ทั้งคู่นอนอยู่บนพื้นหญ้าที่เรียบลู่เป็นเนินสูงเทลงสู่น่านน้ำ ลมแรงพัดเกลี่ยให้ความรู้สึกเย็นสบายและผ่อนคลายน่าประหลาด มินฮยอกเอาหนังสือเล่มที่เขาเลือกชี้สุ่มๆไปว่าโปรดนักโปรดหนามาอ่านด้วย อยู่ข้างๆ

ไม่นานก็ผล็อยหลับ

เขาบรรจงจับปอยผมที่ร่วงหล่นลงมาปรกใบหน้าสวยนั้นหนีออกไป อีกฝ่ายยังคงไม่รู้สึกตัว ค่อยๆสัมผัสผิวละเอียดเรียบอย่างเบามือไปตามพวงแก้มและสันจมูก ความรู้สึกเอ็นดูที่ปะเดปะดังเข้ามากลับทำให้รู้สึกเจ็บ


สวรรค์ชอบเล่นตลก…

เป็นคำพูดที่เขาและจงฮุนชอบใช้บ่อยๆ

เพราะชีวิตก็เป็นแบบนี้ ไม่สมเหตุสมผลสิ้นดี ไม่ว่าเรื่องอะไรผลที่ได้ก็มักจะเป็นความตรงกันข้าม

บนโลกแย่ๆใบนี้ ถ้าหากว่าเรามีสิ่งที่เกลียดมากกว่าสิ่งที่ชอบ นั่นก็เท่ากับว่ามันคงจะไม่ใช่สถานที่ของเรา จงฮยอนเคยคิดแบบนั้นแหละ ใช้ชีวิตอยู่ด้วยบนการเย้ยหยันตัวเองแบบนั้น

แต่ตอนนี้ความเปลี่ยนแปลงกับแล่นพุ่งขึ้นมาเสียเหมือนอย่างกับว่าเขาไม่เคยมีความทุกข์ใดๆเลยในชีวิต

เวลาที่มองดูอีกคน รอยยิ้มบริสุทธิ์ ดวงตาพราวระยับ หรือว่าจะเป็นซุ่มเสียงจริงใจที่เปล่งออกมาในแต่ละครั้ง พอเห็นแบบนั้น รู้สึกว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสุขได้ขนาดนี้เชียว?

และนั่นก็พาลจะทำให้เขารู้สึกเป็นสุขไปด้วย…


อาจจะเป็นเพราะเด็กหรือป่าว?

อาจจะเป็นเพราะว่าไม่เคยผ่านเรื่องราวเลวร้าย หรือรับรู้ได้ถึงความย่ำแย่ของปัจจุบัน?


มันก่อให้เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดหลายๆอย่างรวมกัน

เป็นความรู้สึกที่แม้ตัวเขาเองยังอธิบายออกมาไม่ได้เลย…


“…”


ริมฝีปากอิ่มจรดจูบลงที่ใบหน้าวัยเยาว์นั้น ก่อนจะเลื่อนลงไปประกบกันกับริมฝีปากเล็กๆนั่น แผ่วเบา ทว่านิ่งสนิท

แค่สัมผัสเพียงเท่านั้น…



“จงฮยอน!!!”


เป็นเสียงของจงฮุนที่เข้ามาหยุดการกระทำทั้งหมดไว้ เพื่อนสนิทของเขา วิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตกใจ ก่อนจะรีบโยนเอาปืนสั้นกระบอกหนึ่งเข้ามาให้ จงฮยอนรับไว้อย่างงุนงง

“ทำบ้าอะไรของมึงวะ!!!”

เขารีบลุกขึ้นยืน มินฮยอกเองก็รู้สึกตัวแล้วตอนนั้น แม้จะยังงัวเงียแต่ก็พยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ให้ได้ ชายหนุ่มรีบรุดเข้าไปหาคนที่มาใหม่

“อะไร?”

“แม่งเอ้ยก็มึงนั่นแหละ!!! กูเตือนกี่ครั้งแล้ว ไม่ฟังกูไม่ว่าแต่มึงลากไอ้เด็กนั่นออกมาโต้งๆแบบนี้ ตอนนี้เค้าตามหาตัวมึงกันจ้าละหวั่น คิดว่าที่ทำอยู่นี่มันจะหลุดรอดสายตาไอ้พวกบ้ากฎหมายไปได้หรือไงวะ!!!”

เหมือนใบหน้าของเขาชาไปทั้งแถบ ความรู้สึกหนักอึ้งที่โถมทับลงมาบนร่างทั้งร่างและความกดดันที่จุกอก มินฮยอกมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก พยายามหยัดตัวลุกขึ้นแต่ก็ไม่เป็นผล

“มึงส่งไอ้เด็กนั่นให้ตำรวจไปซะ”

แทบบ้าเมื่อไหร่ยินประโยคนั้น

จงฮยอนพยายามกัดฟัน ตั้งสติและข่มความรู้สึกทั้งหมด หาทางแก้ที่ดีที่สุดให้ได้โดยไว

“ไม่ได้”

“ไอ้จงฮยอน!!!”

“กูบอกว่าไม่ได้ จงฮุน… มึงไม่เข้าใจ”

“มึงรักมันแล้วสิ”


มินฮยอกร้องไห้อยู่ที่เบื้องหลังของเขา ใช่ว่าจะไม่รู้ตัวเสียเมื่อไหร่ ว่าความลำบากวุ่นวายทั้งหมดนี้น่ะเกิดขึ้นเพราะใคร ทั้งๆที่จงฮยอนก็เป็นผู้มีบุญคุณต่อเขา แต่ยังเป็นแบบนี้อีก

เพราะความผิดพลาดในตัวเขา

เพราะเขาคนเดียว


“พาหนีไป!!!”

จงฮุนตัดสินใจ รีบเข้าไปดึงร่างของอีกคนที่ยันตัวลุกกึ่งนอนกึ่งนั่งร้องไห้จะเป็นจะตายอยู่ที่พื้น


“มึงพาเด็กนี่ไป เดี๋ยวพวกตำรวจกูจัดการเอง”
 
 
 
 
 
To be continue...

 
 
 
 
....................................................................................................................................................................................

Comment

Comment:

Tweet

อั้ยยะ  รอตอนที่สองอยู่นะคะ :))))

#1 By havent (103.7.57.18|180.183.203.149) on 2012-07-01 13:26