凡的基.尔.提♡ View my profile

♡ เกลียดเด็ก # ตอนที่ 2 (เด็ก)

posted on 30 Aug 2011 10:47 by childen2shangri-la in fiction
SEUNGJAE FICTION | CONTENTS♞
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 
 
เกลียดเด็ก
เขาว่ากันว่า, เกลียดอะไร, จะได้อย่างนั้น


ตอนที่ 2 (เด็ก)


“บ๊ายบา~ย” มือเล็กๆที่ดูนุ่มนิ่มและอ้วนกลมจนดูผิดปกติในแบบของเด็กๆ ถูกยกขึ้นกางออก โบกไปมาเหนือหัวได้สักพัก ไม่นาน จนกระทั่งคนทั้งสองผู้เป็นพ่อและแม่หายลับไปจากทางเดินยาวซึ่งเชื่อมต่อเข้ากันกับตัวสนามบินแล้ว

ต่อจากนี้

วินาทีแรกที่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง

ซง ซึงฮยอน… กับเด็กน้อยอี จิน


ซึงฮยอนใช้ปลายลิ้นดุนรอบกระพุ้งแก้มอย่างคนใช้ความคิด แต่ตอนนี้สมองค่อนข้างที่จะขาวโพลนว่างป่าว เขาไม่เคยเรียนรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย ไม่เคยคิดที่จะทำแบบนั้นด้วย ซึ่งก็แหงล่ะ เป็นเรื่องปกติของนักศึกษาปี 2 ที่มุ่งมั่นจะเป็นนักกฎหมายอยู่แล้ว… มันมีความจำเป็นตรงไหนกันที่จะต้องมารับรู้เรื่องน่าขยาดพันนั้น

วิธีการ... รับ - มือ - เด็ก


ในที่นี้ ขอย้ำอีกครั้ง

เด็กอายุ 5 ขวบ

เอาตามตรงแล้วมองจากมุมนี้ แค่ภายนอก…
เอาแค่ภายนอก โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องไปมีปฏิสัมพันธ์อื่นใดกับเจ้าตัวเลยแล้วล่ะก็ จินน่ะ… ก็น่ารัก

หน้าตาน่ารักแบบเด็กที่น่ารัก น่ารัก… น่ารักกว่าเด็กทั่วไปเสียด้วย

ตัวเล็กนิดเดียวแต่ก็ดูบอบบางนุ่มนิ่ม อย่างกับตุ๊กตายัดนุ่นตามงานแสดงโชว์งั้นแหละ ตากลมโตเป็นประกายวิบวับ นี่ไม่ได้สังเกตสังกาอะไรมากมายเลยนะเว้ย
.
นะเว้ย…

คิ้วสวย จมูกเล็ก ริมฝีปากกลมสีจัด จริงๆแล้วก็แค่…

คือว่านี่มันหน้าเหมือนกับพี่แจจินอย่างกับแกะเลยไม่ใช่หรอกเหรอฟ่ะ… ให้ตายเด่ะ แกะอีท่าไหนของมัน!

แต่ก็ไม่ใช่แค่นั้นหรอก เพราะเรื่องของบุคลิกท่าทางนี่ก็ได้มากจากมินฮวานมากอยู่ ถึงจะหน้าตาจิ้มลิ้มจนมองเผินๆแล้วเห็นเป็นเด็กผู้หญิง ทว่าไอ้ลักษณะนิสัยการว่างตัวก๋ากั่นแบบนั้น บอกให้รู้ได้ง่ายๆว่าไอ้เด็กน้อยนี่หน่ะก็คงจะห้าวอยู่พอตัว


ให้มันได้งี้ดิ๊

เล่นล่อยีนส์เด่นจากไอ้ตัวพ่อตัวแม่เมิงมาหมดเลยแบบนี้

ไม่อยากจะนึกเลยว่าต่อจากนี้ไปซง ซึงฮยอนจะต้องเจอกับอะไร

อะไรวะ


มีอะไรที่เลวร้ายกว่าการที่เอาชเวมินฮวานมารวมกับพี่แจจินได้อีกล่ะ?!!



“อาป๊า!!!”

ทำเอาสะดุ้งเฮือก ทันทีที่ได้ยินประโยคแรกที่พ่นออกมาจากปากของเด็กน้อย

เขาพยายามถอยตัวออกมา แต่ช้าไป โดนมันจับหมับอย่างโคตรจะตีนตุ๊กแกอยู่ที่ชายเสื้อนั่นเสียแล้ว ถึงกับแสดงอาการประสาทเสียออกมาทางสีหน้าแบบไม่อ้อมค้อม

อาป๊า… อาป๊าบ้าบออะไรของแกอีกล่ะ?!

นี่ช่วยอย่ามาตอกย้ำเรื่องฝังใจในครั้งแรกที่ได้เจอกัน จนทำให้มันเป็นปมได้มั๊ยวะ!!!

เด็กนิสัยไม่ดี!!!!


“ใครวะอาป๊า!!!”

พูดออกมาอย่างหงุดหงิด ตามปกติพอจะรู้อยู่นะว่าเด็กๆน่ะ เป็นแบบที่ว่า ค่อนข้างที่จะไม่รู้จักคำว่าเหตุผล เพราะฉะนั้นความแตกต่างจึงอยู่ตรงที่ ถ้าเขาไม่ใช่เด็ก มีความเป็นผู้ใหญ่มากพอแล้วล่ะก็ ก็ควรที่จะตอบรับขับสู้กลับไปแบบที่ผู้ใหญ่เขาทำกัน นั่นคือมีสติ… มีเหตุผลเสียให้มากๆ แต่

แต่… ใครเป็นคนตัดสินเรื่องนี้กันไม่ทราบ

เหตุผลบ้าบออะไร ใครบอกกัน
กับไอ้สิ่งมีชีวิตเล็กๆที่น่าขยะแขยงแบบนี้ใครมันจะไปมีอารมณ์หาเหตุผลกลยุทธวะ!!!

แม่ง ชวนตีลูกเดียว!
.

“นายน่ะสิ” จินตอบ ยังไม่ปล่อยมือออกมาจากชายเสื้อของคนที่ถูกเรียกว่าอาป๊า มากไปกว่านั้นจังเขย่าไปมาเหมือนพยายามเรียกร้องให้อีกฝ่ายกลายเป็นผู้ที่จะต้องตั้งใจฟังมากกว่าเถียงเขา “เราหิวแล้ว หาอะไรกินหน่อย”

ซึงฮยอนผงะ

ไม่คิดเลยว่าศัตรูจะร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้

สาดดดดดดดดดด นี่สั่งกูเหรอ ไอ้พี่แจจินเวอร์ชั่นจิบิ ไอ้ ไอ้ร่างทรงมินฮวาน ไอ้ ไอ้เด็กบ้า!!!!


“ไม่พาไปกินอะไรทั้งนั้น จนกว่านายจะเลิกเรียกฉันแบบนี้”

จินกัดริมฝีปากล่างอย่างใช้ความคิดก่อนที่จะรีบตอบอีก

“แต่อ่อมม่าบอกให้เราเรียกนายว่าอาป๊า!” โอ้ยยย เถียงไม่เลิก เดี่ยวปั๊ด โบกกกกก!

“ยังไม่เข้าใจอีกหรือไงว่าฉัน ไม่-ใช่-พ่อ-ของ-นาย!!!!”
“ก็นายไม่ใช่พ่อของเราน่ะสิ”

อ่าว… ไอ้เด็กนี่
วอนซะละ

“เออ รู้นี่หว่า”
“แต่จินเป็นเด็กดี เชื่อฟังอ่อมม่า”
“แล้ว?”
“ก็อ่อมม่าบอกว่าให้เรียกนายว่าอาป๊า!!!”
“แต่นั่นมันเป็นเรื่องโกหก!!!”
“อ่อมม่าไม่โกหก!!!”
“เว้ย!!!!”


กูอยากจะถามเมิงเจรงๆ ว่าแล้วอ่อมม่าแจจินที่ไม่เคยโกหกน่ะ บอกไว้ก่อนไปว่าไง? จะซื้ออะไรให้ใช่ไหม? หรือสัญญาว่าจะพาไปไหน?

โกหกทั้งเพ ก็ถูกหลอกทิ้งไว้กับใครก็ไม่รู้อย่างเนี๊ยะ จะมาบอกว่าอ่อมม่าไม่โกหกได้ไงวะ

ไอ้เด็กโง่!!!!

ยี๊(นิ้วจิ้มหัว)
.
.


“ถ้าพูดไม่รู้เรื่องก็ปล่อยมือเลยปะ อยากไปไหนก็ไปเลยชิ่วๆ ใครอยากพาไปกัน”

หมดปัญญาจะต่อปากต่อคำ นี่เข้าใจหรือยังว่าตัวเองน่าเกลียดน่ะ ฉันถึงได้เกลียดเด็กไง อี๊…

“อ่อมม่าบอกว่า –ถ้าอาป๊าไล่จินไปให้จินคิดซะว่าอาป๊าไม่ได้พูดอะไร”

สาดดดดดดดดด กูเกลียดอ่อมม่ามึงจริงๆ แม่งรู้อยู่แล้วชัดๆเลยว่าจะต้องเป็นแบบนี้ เลว!!!!

“เลวโคตร”
“จินหิวอ่าป๊า!!!!”
.
.
“นี่จะบอกอะไรให้อย่าง”


อีกคนที่ดูเหมือนว่าจะเริ่มงอแงเพราะอาการหิว หันกลับมาให้ความสำคัญอยู่ที่ใบหน้าของพี่เลี้ยงมือใหม่ทันทีที่ซึงฮยอนดูเหมือนจะเริ่มปรับน้ำเสียงให้ฟังดูขึงขังจริงจังขึ้น แต่คนที่ถูกจ้องจนเผลอสบตาดวงเล็กนั้นเสียได้กลับแทบหยุดลมหายใจ แล้วก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรด้วยถึงได้ไม่กล้ามองหน้า ดูแววตาของกะอีแค่เด็กอนุบาลตัวเล็กๆคนนึงแบบนั้น

แน่ๆ ต้องใช่แน่ๆ
ต้องเป็นเพราะขยะแขยงแน่ๆ แค่คิดก็จะอ้วกละ
แม่ง น่าเกลียดน่ากลัวกว่าหนอนอีก(ล้วงคอ)

“พ่อนายอะคือไอ้บ้าชเวมินฮวาน ส่วนแม่นายก็คือพี่แจจินติงต๊อง แต่ว่านะถ้าอยากจะเรียกฉันว่าอาป๊าก็ตามใจ แสดงว่านายมีพ่อ 2 คนเพราะฉะนั้น ออมม่านายก็จะต้องถูกแบ่งครึ่ง!!! เข้าใจปะ งึมงำๆ จริงๆก็ไม่ได้อยากจะได้ไอ่ออมม่านายมาทำไรหรอกนะ ก็พยายามพลักไสไล่ส่งพอๆกับนายนั่นล่ะ แบร่…”

ทำเป็นลอยหน้าลอยหน้า เหมือนกับไม่รู้ว่าไอ้ประโยคที่เพิ่งพ่นออกไปเมื่อครู่นี้น่ะ มันจี้ใจไอ้เด็กกตัญญูไปเสียเต็มประดา หึหึหึ รักมากเลยใช่มะ ไอ้คู่บ๊องที่หนีไปฮันนีมูนรอบสองไกลซะครึ่งโลกนั่น ที่นี้แหละยาวแน่ จับจุดอ่อนได้ละเว้ย โดนนนนนนนนนน…

จินเงียบ ขบซี่ฟันกระต่ายคู่เล็กลงเข้ากับริมฝีปาก อาการคิดหนัก ซึงฮยอนเองก็รับรู้ได้ เพราะแรงดึงที่มากขึ้นบริเวณชายเสื้อของเขาก็พอจะบอกได้ชัดๆอยู่แล้ว

ตอนนี้เขาเป็นฝ่ายมีชัย

อยากจะหัวเราะก๊ากให้ลั่นสนามบินซะ ให้คนแม่งรู้ๆกันไป
ว่าซง ซึงฮยอนโคตรมีความสุขเลยหว่ะ
ที่สามารถรู้สึกเหนือกว่าเด็กตัวเล็กๆที่อยู่แค่ชั้นอนุบาลหนึ่งได้ขนาดนี้

กร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!


“เรา… ไม่แบ่งอ่อมม่าให้นายหรอก”

ดวงตาเล็กๆแข็งขึ้นมาเล็กน้อยจากความหึงหวง คนที่โตกว่าแทบหลุดขำ นี่ยังไม่เข้าใจอีกหรือไงว่าฉันก็ไม่ได้อยากได้หรอกน่ะ ไอ้ออมม่าติงต๊องของนายอะ

บ้าปะ=_=?

“ก็ไม่ได้อยากด๊าย~ ถ้างั้นเป็นอันตกลงแล้วนะ เอ้า เรียกฉันว่าอาซึงซะ ไม่ใช่อาป๊า เร็วๆ”
“อา…”
“อาซึง!”
“อา…ซ”
“เร็วดิ๊! ให้โอกาสเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ เรียกสักที มันยากตรงไหนกัน”
“อา…อาซึ”
“เออ นั่นแหละ! คุณ~อา~ซึง~ฮยอน”

“มันยาวเกินไป!!!!!!”


อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!
นี่แกอยากจะให้ฉันโยนทิ้งลงถังขยะจริงๆใช่ไหม พูดอะไรไม่รู้เรื่องเลย ประสาทจะเสียแล้วนะโว้ย!!!!!!

“โอ้ย เมื่อกี้เป็นชื่อเต็ม ก็ให้เรียกแค่อาซึงเฉยๆไง ยาวบ้ายาวบออะไร ซึ่งไอ้มินฮวานยังยาวกว่าเลย!”
.
แม่ง อีคิวเท่าไหร่วะ เมิงจะเข้าใจอะไรยากนักเนี่ย!!!

“ซึง!”
“เฮ๊ย! ไม่! ไม่ได้!! เรียกแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!!!”
“ซึง!!!”
“อาซึง!!!!”
“ซึง!!!!”
“โอกาสสุดท้ายจริงๆแล้วนะ ถ้ายังเรียกไม่ถูกจะทิ้งไว้นี่เลย ฉันคือ อา-ซึง!!!!!”
“เราเหนื่อยแล้วอ่า ไปกินข้าวกันนะ ซึง~”

“…”

สนามบินนานาชาติ ณ ประเทศเกาหลีใต้เป็นพยาน
ซง ซึงฮยอนสาบาน…

เกลียด


เกลียดแม่งที่สุดในโลกเลยโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!!!


.
.







“เราเอาอันนี้” ถึงไม่บอกก็พอจะเดาออกแต่แรกอยู่แล้ว

เด็กๆก็เป็นแบบนี้…

พนักงานท่าทางใจดี หลับตาพริ้มยิ้มรับเมนูของหวานหน้าตาน่าทานที่ลูกค้าวัยอนุบาลด้านหน้าระรัวสั่ง จิ้มนิ้วสั้นๆลงไปในเมนูอย่างไม่คิดชีวิต ซึงฮยอนจิ๊ปาก ก่อนที่จะตรงเข้าตีเบาๆไปที่มือเล็กของเด็กน้อยซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“ไม่ได้ ต้องกินข้าวก่อนแล้วค่อนกินขนม”

คนตัวเล็กหน้ายู่ พองลมเต็มสองแก้มท่าทางหาเรื่อง

“เราไม่ได้หิวข้าว เราหิวพุดดิ้งต่างหาก!”

เมิงเป็นคนปะเนี่ย อาหารหลักคือเจลาตินรึงะ สาด

“อยากให้ฟ้องออมม่าใช่มะ…”

ถึงกับนิ่งไป ซึงฮยอนส่ายศีรษะ ไม่นานก็บังคับให้จินเลือกอาหารจานที่ต้องการเพื่อบอกแก่พนักงานได้ ด้วยความแลจะไม่ได้เต็มใจสักเท่าไหร่ของเจ้าตัว



ลูกเกด ไส้กรอก ปูอัด ไข่ดาว ข้าว ซอสมะเขือเทศ –อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ ไม่ใช่พริกหยวก ต้นหอม ถั่วลันเตา ข้าวโพดอ่อน
.
ไม่ แม้แต่อะไรก็ตามที่ดูท่าทางว่าจะเป็นวัตถุดิบที่มีสารประเภทคลอโรฟิลล์

เด็กๆ

ก็คือเด็กๆวันยันค่ำนั่นล่ะ


แล้วในโลกนี้น่ะมันจะมีเด็กน่ารักน่าชังสักกี่คนกัน

ที่กินผัก!!!!!!


“ยัดเข้าปากไปเดี๋ยวนี้เลย!!!!”


ถ้าถามว่าหน้าที่หรือป่าว? แน่นอนว่าก็ต้องไม่ใช่อยู่แล้ว แล้วจำเป็นไหม? ก็ไม่มีทางอีกนั่นแหละ แค่ฝากไว้ แจจินกับมินฮวานก็แค่ฝากไอ้ลูกน้อยหอยสังข์โคตรดื้อด้านนี่ไว้ที่เขาเท่านั้น ที่จริงมีพี่เลี้ยงประจำมาคอยจัดการให้ทุกอย่างตั้งแต่อาทิตย์หน้าเป็นต้นไปเสียด้วยซ้ำ

เขาไม่จำเป็นที่จะต้องดูแลรับผิดชอบอะไรเกี่ยวกับเด็กคนนี้เลย ไม่ ไม่จริงๆนะ เขาเป็นแค่คนยอมเสียสละอย่างมหาศาลเพื่อให้ที่อาศัยพักพิงก็แค่นั้น บ้าหรือไงเรื่องที่จะต้องคอยมานั่งจ้ำจี้จ้ำไชให้กินอะไรไม่กินอะไรเพื่อสุขภาพอนามัย จะได้โตไปเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรง

แต่…

กูหมั่นไส้!!!!

ไม่ชอบใช่มั๊ยงั้นเมิงยัดเข้าไปเลย

อ๊ะ อ๊ะ อย่ามาทำเป็นเขี่ยไปหลบไว้ใต้ผักกาดหอม ซึงฮยอนไม่ได้โง่นะคร้าบบบบบบบบ



“ทำไมซึงไม่กินหล่ะ”

ปากเล็กๆ ทั้งที่เคี้ยวจ๊อบแจ๊บกับเมนูตรงหน้าอยู่ แต่ก็ไม่วายที่จะพูดตอบ ทว่ากลับเฉไฉออกไปจากคำถามเดิม โยงไปถึงกองมะเขือเทศและหอมใหญ่ที่อยู่ข้างจานของคนที่บอกให้เขากลืนอะไรประเภทนั้นลงไปแบบหน้าตาเฉย
ซึงฮยอนสบถ!

“ฉันเป็นโรคแพ้คลอโรฟิลล์อะ กินผักไม่ได้ มีอะไรมะ”
“อ่อมม่าบอกว่าทานผักแล้วแข็งแรง”
“เออ รู้แล้วทำไมตัวเองไม่กินเข้าไปล่ะ หึหึ ถ้ากินไม่หมดล่ะก็ วันนี้ก็นั่งอยู่ที่นี่เลย จะไม่พากลับ”
“ตอนเป็นเด็กซึงกินผักหรือป่าว?”

แหน่ะ… อย่ามาคิดจะหลอกถามกรู~
กรูไม่ได้โง่~

“กินดิ๊ สมัยเด็กน่ะฉันเป็นเด็กดีจะตายไป โตขึ้นมาก็ร่างกายแข็งแรงเหมือนออมม่านายบอกแหละ ถึงแม้ว่ามันจะขมไปหน่อย รสสัมผัสก็แย่ เหม็นเขียว แล้วยังให้ความรู้สึกเละๆหาความดีไม่ได้เลยก็เถอะ”

คือ กูไม่กินผักเว้ย

กร้วกเอ้ยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!


“อื้อ~ เราก็ว่าอย่างนั้น อาหร่อยที่สุดเล้ย~”

และไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าวินาทีต่อจากนั้น

ช้อนเล็กๆก็ค่อยๆตักเอาทั้งบรรดาถั่วลันเตา ข้าวโพดอ่อน และต้นหอมที่ถูกซอยหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆแล้วนั้นตรงเข้าปาก แต้มที่กลมตุ่ยอยู่แล้วก็ยิ่มอวบบวมหนักเข้าไปอีก เมื่อเจ้าหนูน้อยตั้งอกตั้งใจซัดเอาบรรดาของโปรดเข้าปากเคี้ยวเสียเอร็ดอร่อย แบบไม่มีอะไรในโลกที่จะอร่อยไปได้มากกว่านี้แล้ว

ซึงฮยอนอ้าปากค้าง

ห๊ะ


“จินชอบทานผักที่สุด อ่อมม่ากับอัปป้าชมทู้กวัน”

คือที่มึงเขี่ยๆไว้นี่คือยังไง?

“ว่าจินเก่ง”

จะบอกว่าเก็บของโปรดไว้กินทีหลังอะไรแบบนั้นอะนะ?

“ซึงก็ชมใช่ไหม?”

หะ ห๊ะ... ชมอ่อ?

เออ... ชม

ชม…


เมิงนี่มันเป็นเด็กที่น่ากลัวที่สุดในโลกเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย


อยากร้องไห้ห้ห้ห้ห้ห้ห้ห้ห้ห้ห้

นี่กรูแพ้อีกแล้วช้ะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!


T_T

.
.



.
.


ไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าตัวน่ะจะรู้สึกไหม แต่ว่าหลังจากที่ออกมาจากร้านอาหาร ซึงฮยอนก็แสดงอาหารหงุดหงิดไม่พอใจออกมาได้อย่างเปิดเผยมากๆ มากเสียจนคนรอบข้างอาจจะมองเห็นรังสีอำมหิตที่แผ่กระจายอยู่รอบตัวเขา

แต่ไอ้เด็กนี่นี่ดิ

มาเหนือตลอด

โมโหโว้ย แต่ทำอะไรมันไม่ได้


ช่างเหอะ นี่มันเพิ่งเริ่มต้นนี่หว่า กะอีแค่เรื่องเรียกชื่อแล้วก็กินข้าวด้วยกันไปมื้อเดียว ยังตัดสินไม่ได้หรอกโว้ยว่าใช้แพ้ใครชนะ ใครคือฝ่ายที่เหนือกว่ากันจริงๆ(แล้วนี่มันกลายมาเป็นการแข่งขันอะไรกันตั้งแต่เมื่อไหร่?)

ยังไม่ครบ 24 ชั่วโมงเลย…

ว่าเหอะ นี่มันผ่านมาแค่ 2-3 ชั่วโมงเองเท่านั้นแหละ

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไอ้เด็กนี่ จะทำให้เขาหงุดหงิดได้มากขนาดเป็นประวัติการณ์แบบนี้ ฟัค!!!!!!




“ถอดถุงเท้าออก แล้วก็เข้าไปล้างเท้าในห้องน้ำก่อน เปิดก๊อกเป็นหรือป่าว?”
“อื้อ”
“ก็ดี ต้องรู้จักช่วยเหลือตัวเองนะ ฉันไม่ได้มีเวลาดูแลนายเหมือนพ่อเหมือนแม่”

จินเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ สักพักก็ออกมาพร้อมกับเท้าเล็กๆที่สะอาดสะอ้าน



เวลาที่พูดดีๆ รู้เรื่องรู้ราวแบบนี้ จะบอกว่าไม่น่ารักน่าเอ็นดูได้ยังไง แบบนั้นคงเป็นคำพูดที่โกหก… ก็เด็กนี่นะ… น่ารักขนาดนี้

ถ้าเขาไม่เป็นโรคภูมิคุ้มกันต่ำต่อเยาวชนที่อายุน้อยเกินมาตรฐานแบบนี้แล้วล่ะก็นะ บางที อะไรๆก็คงจะดีมากกว่านี้ ถึงจะมาคิดได้ทีหลังว่าหลายครั้งที่เผลอพูดจาไม่ดีและใจร้ายเกินไป แต่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้อยู่ดี

เอาเป็นว่าถ้าทำตัวดีๆ…


เป็นเด็กดี…
บางทีซึงฮยอนอาจจะดีตอบ… ก็ได้



มั้งนะ








เด็กอนุบาลหนึ่งนี่… ปกติควรที่จะเข้านอนตอนไหนวะ? และแม้ว่าพอกลับมาถึงห้องจะไม่ถึงกับดึกดื่นค่อนคืนอะไร แต่ท้องฟ้าก็มืดดับกลายเป็นเวลาค่ำที่เต็มไปด้วยแสงระยิบระยับของไฟประดับถนนแทนเสียแล้ว

จินเอาแต่เดิมตามเขาไม่หยุด
และคงจะไม่หยุดแน่

จริงๆนั่นแหละ จนกว่าที่เขาจะทำอะไรสักอย่าง

“ไปดูทีวีสิ”

คนตัวเล็กยิ้มอย่างดีใจ แต่แทนที่จะเดินหลีกออกไปอาการรีรอแบบนั้นก็ทำให้คนเป็นผู้ใหญ่ถึงกับจะต้องออกปากถามขึ้นมาอีกรอบ

“อะไรอีกล่ะ?”
“แล้วซึงล่ะ”
“ฉันไม่ดู จะอ่านหนังสือสอบ นายไปดูคนเดียวที่ห้องนั่งเล่นนู่น”
“เราเหงา”
“ไม่เหงาหรอก!”
“แต่เราไม่มีเพื่อนนี่”
“งั้นฉันให้ยืมนี่ก็ได้… อะ ตุ๊กตาวูดูเพื่อนซี้ฉันเอง เอามันไปนั่งดูทีวีกับนายปะ โอเค๊?”

จินดูเหมือนว่าจะลังเลใจเล็กน้อย ในตอนนั้น ที่ซึงฮยอนส่งเอาไอ้เจ้าพวงกุญแจรูปตุ๊กตาวูดูมีเชือกมัดและเข็มปักอยู่รอบตัวส่งมาให้ แต่ถึงอย่างนั้นสุดท้ายคนเป็นเด็กก็ยอมรับเอามันมาถือไว้ แล้วเดินดุ่มๆออกไปกดวีทีช่องเนตเวิค หาการ์ตูนสนุกๆดูอย่างบันเทิงเริงใจ

นี่มันจะดราม่าปะวะ…

อย่างกับเด็กมีปัญหา

ซึ่งจริงๆก็มีปัญหาอะ พ่อแม่ทิ้งขว้างชัดๆ!


เอาเถอะ แต่แบบนี้ก็ดีแล้ว จะได้ต่างคนต่างอยู่

คงจะ


ไม่เป็นไรหรอก…






.
.

ซึงฮยอนไม่รู้ว่าเวลาผ่านมานานแค่ไหน แต่หลังจากที่ทบทวนบทเรียนและท่องจำกฎหมายใหม่ๆไปได้สัก 10-20 มาตรา ทั้งร่างกายและสายตาก็เริ่มที่จะเหนื่อยล้าจนไม่สามารถทนทานต่อไปได้

พอมองดูนาฬิกาก็เห็นว่าเวลาผ่านมาเกือบ 4-5 ชั่วโมงแล้ว


4 ทุ่มครึ่ง…

ถึงจะเร็วไปหน่อยก็เถอะ แต่ก็เป็นเพราะว่าวันนี้น่ะเจอเรื่องที่ทำให้เหนื่อยหน่ายเข้ามามากมายเต็มไปหมด อยากจะรีบๆล้างหน้าแปรงฟันแล้วเปิดแอร์เย็นฉ่ำ เข้านอนมันเสียตั้งแต่หัวค่ำแบบนี้เลย


และความดราม่าตกอยู่ที่วินาทีต่อจากนั้น ทันทีที่ก้าวเท้าออกไปถึงนอกห้องเท่านั้นแหละ
จริงๆแล้วเพียงแค่หวังจะตรงดิ่งเข้าห้องน้ำทำธุระเสียให้เสร็จเรียบร้อยก่อนนอน แต่หูเจ้ากรรมก็ปะเข้าเต็มสองรู… เสียงเพลงการ์ตูนท่าทางรื่นเริงสดใสไม่ได้ทำให้อารมณ์ของผู้ที่ได้ยินใหม่นี้เบิกบานขึ้นมาได้อย่างเมโลดี้พวกนั้นได้เลยสักนิด

เวรแล้ว…

ลืม

ลืมไปเลย


ลืมไปเลยว่าตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวสักหน่อย

ลืมไปสนิทจริงๆล่ะ ที่ว่าตอนนี้น่ะ มีเด็กอนุบาล อายุแค่ 5 ขวบ ตัวเล็กๆถูกฝากให้เข้ามาพักอาศัยอยู่ภายในห้องๆนี้ด้วย

เวรแล้ว…

ปล่อยทิ้งไว้คนเดียวนานขนาดนี้


ป่านนี้จะเป็นไงบ้างวะ!!!!



อาจจะดูน่าแปลกใจเล็กน้อย ที่เห็นเจ้าตัวเล็กยังคงนั่งจับจ้องหน้าจอทีวีสีสันฉูดฉาดตรงหน้านั้นตาแป๋ว ร่างกายแทบไม่ขยับเขยื้อน บนโต๊ะเตี้ยด้านหน้ามีห่อขนมนมเนยที่ถูกแกะออกมาเป็นเสบียงในเวลาสุนทรีย์วางกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป

ซึงฮยอนถอนหายใจ จริงๆก็คิดว่าคงจะหลับไปแล้วหรืออะไรทำนองนั้น

เกือบห้าทุ่มแล้วนะ ปกติแล้วนอนตอนไหนกันแน่เนี่ย?


“จิน”


เรียกชื่อของอีกฝ่าย ทำให้คนที่นั่งนิ่งอยู่ในทีแรกสะดุ้งเฮือก รีบหันกลับมามองเจ้าของน้ำเสียงที่ไม่ได้ดังขึ้นมานานเสียเกือบ 5 ชั่วโมงอย่างรุกรน ซึงฮยอนเพิ่งสักเกตเห็นก็ตอนนั้นแหละ ว่ามือทั้งสองข้างของคนเป็นเด็กยังกำแน่นอยู่ที่ไอ้ตุ๊กตาวูดูท่าทางน่าเกลียดที่เขาเป็นคนยัดเยียดให้แน่นไม่ปล่อยไปไหน

เวรเอ้ย…

เวร…

ไอ้เลวซึงฮยอน


ทำไมถึงเพิ่งจะมารู้สึก ว่าตัวเองแม่งโคตรเลวโคตรใจร้ายขนาดนี้วะ!!!!



“ดึกแล้ว ทำไมยังไม่นอนอีก”

ไม่รู้ว่าควรที่จะพูดอะไรออกไปดี ถึงแม้ว่าจินคงจะไม่ได้รู้สึกอะไรหรอก อาจจะไม่รู้เรื่องเลย แต่ว่าในสายตาของผู้ใหญ่อย่างเขา เป็นแบบนี้ก็น่าสงสารเหมือนกันนะ

ก็ปกติ… คงจะมีสองคนนั้น ทั้งมินฮวานและแจจินดูแลอยู่ตลอดไม่ห่างเลยนี่นา

ไอ้พวกติดลูกนั่นน่ะ

พอถูกทิ้งไว้ให้อยู่คนเดียวแบบนี้


ซึงฮยอนเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าในใจจริงๆแล้วอีกคนน่ะ จะเป็นยังไง?


“ซึง…”

รีบจ้ำเท้าเข้าไปหาที่โซฟาอย่างกับปฏิกิริยารีเฟคฯ เขาคุกเข่าลงที่พื้นด้านหน้า ตรงหน้าของอีกฝ่าย เด็กตัวน้อยที่ท่าทางสลึมสลือเต็มที่ทว่าจากนั้นวินาทีต่อมา อ้อมกอดเล็กๆกลับโถมรัดเข้าเสียเต็มเปาที่รอบคอของคนที่เรียกได้ว่าเป็นผู้ใหญ่

“ง่วงแล้ว รอซึงอยู่…”

แทบหมดลมหายใจ

เสี้ยววินาทีที่หยุดนิ่ง ทำอะไรไม่ถูก แต่สุดท้ายแล้วก็ตัดสินใจยกมือขึ้นโอบรอบตัวของเด็กชายไว้ อีกมือก็ตรงเข้าประคองลูบปลอบที่ศีรษะกลมๆซึ่งซบลงอยู่ที่ไหล่กว้างของเขา

“รอทำไม ฉันบอกแล้วไงว่าต้องอ่านหนังสือ”

คิดว่าอีกฝ่ายจะผล็อยผลับไปแล้ว แต่จินก็ยังคงตอบคำถามของเขากลับมา แม้ว่าน้ำเสี่ยงติดจะเบาหวิวและสั่นไหว บอกเป็นนัยๆว่าใกล้ที่จะหลงเข้าสู่ห้วงนิทรามากแล้วก็ตามที

“เรานอนคนเดียวไม่ได้…”

“…” ซึงฮยอนขบริมฝีปาก กลั้นลมหายใจ และยังคงนิ่งเงียบ

“ซึง… ไปนอนกัน …นะ”


ไม่รู้สิ


ก็ไม่รู้อีกนั่นแหละ


ก็เด็กน่ะ เป็นอะไรที่… เขาไม่เคยเลยที่คิดจะใส่ใจ จะเป็นเพราะว่าไม่ชอบ เกลียด ไกลตัวเกินไป หรือว่าอะไรก็ตามแต่ เขาไม่เคยรู้เลยจริงๆนั่นแหละ ลักษณะนิสัย ชอบหรือไม่ชอบกินอะไร มีกิจวัตรประจำวันทำนองไหน จะหลับ หรือตื่น

ให้ย้อนกลับไป เขาเองก็ยังจำไม่ได้เหมือนกันว่าตัวเองน่ะผ่านช่วงเวลาตอนที่อายุได้เพียงเท่านี้มาได้ยังไง?

อยู่กับใคร


นอนคนเดียวได้หรือป่าว?



“ขอโทษนะ ทีหลังก็บอกก่อนสิว่านอนคนเดียวไม่ได้น่ะ”

จินพยักหน้า ลมหายใจแผ่วผิวเป็นจังหวะสั้นๆ กระจายไออุ่นอยู่ที่ข้างๆลำคอของซึงฮยอน


ก็เพราะว่าคิดอยู่แล้วว่ามันจะต้องเกิดสถานการณ์ที่ผิดพลาดแบบนี้ ก็เพราะรู้อยู่แล้วแต่แรก ถึงได้ปฏิเสธหัวชนฝาไงว่าไม่ ไม่ใช่แค่เพื่อเพียงตัวเขาเองเสียหน่อย แต่ก็เพราะว่าเขาเองก็เป็นห่วง เขาเองก็กลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ จนกลายเป็นเรื่องแย่ๆสักเรื่องหรือมากมายกว่านั้นขึ้นมา
.
จะปฏิบัติตัวยังไง ต้องดูแลเอาใจใส่แค่ไหน

ไม่รุ้เลยเข้าใจไหม?
.
.
“งั้นไปนอนกัน …นะ”


ซึงฮยอนลุกขึ้นยืน ทั้งๆที่หอบประคองเอาตัวทั้งตัวของเด็กน้อยติดมาด้วย แต่กลับไม่รู้สึกแปลกประหลาดมากเท่าไหร่แม้ว่าจะเคยทำแบบนี้เป็นครั้งแรก อาจเป็นเพราะว่าอีกฝ่ายเบากว่าที่คิดล่ะมั้ง แล้วไม่หยุกหยิกโยเย อะไรๆก็เลยดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องง่ายไปเสียหมด

เขาแบกเอาเด็กน้อยที่หลับปุ๋ยแล้วลงนอนบนเตียงส่วนหนึ่งของตัวเองอย่างเงิกๆงันๆ


กำลังจะลุกขึ้นไปดับไฟและทีวีที่อยู่ด้านนอกให้เรียบร้อย แขนเสื้อเจ้ากรรมก็ให้โดนดึงรั้งไว้ด้วยนิ้วเล็กๆของคนที่น่าจะหลับไปแล้วนั่นอีก

ซึงฮยอนว่า

“ไปดับไฟน่า เดี๋ยวก็มาแล้ว”
“อื้อ”
“งั้นก็ปล่อยสิ”
“จูบก่อน”
“ห๊ะ!”
“คิสไนท์…”

“เห้ย…มะ มะ มะ อะไร ทำไมฉันต้อง…”
“ซึง…”

จะบอกว่าสงสารก็สงสารหรอกนะ คงง่วงจะเป็นจะตายได้แล้วตอนนั้นแต่ก็ยังไม่วายที่จะต้องถ่างตาตื่นขึ้นมาต่อบทสนทนาไร้สาระที่ตัวเองเป็นคนสร้างมันขึ้นมาอีกแหละ ไอ้เด็กน้อยเอ้ย…

แต่ไงก็เหอะ นี่มันก็ออกจะเกินไปหน่อยแล้วนะโว้ย…


จูบ…


จูบอะไรล่ะ จะ จะบ้ารึไงวะ!!!!

“อ่อมม่ากับอัปป้าจุ๊บเราก่อนนอนทุกวัน…”
“แต่ฉัน”
“ถ้าไม่จุ๊บ…”
“…”
“เราจะคิดถึงอัปป้ากับอ่อมม่า …เรานอนไม่ได้”


แม่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!

ไอ้ชเวมินฮวานกับพี่แจจิน!!!!!!!!!

ใครสั่งใครสอนให้พวกเมิงเลี้ยงลูกได้โคตรคุณหนูขนาดนี้ไม่ทราบวะ


เชรี่ย!!!!!!!

แล้วไงล่ะ ซวยมาถึงกูเลยไง เป็นไง ตลกแดก... ตลกไม่ออกแล้วตอนนี้

พอเถอะ พอที อย่ามีอะไรที่มากไปกว่านี้อีกเลย!!!!!!!!


“ซึง…”
“…” ปัดโธ้ว้อยยยย

“อัปป้ากับอ่อมม่า… บอกว่าอาซึงใจดีที่สุดในโลก”
.
.
แพขนตาเล็กๆนั้นดูคล้ายว่าจะไหวพลิ้วไป ในตอนที่ลมหายใจของเขาจ่อเข้าไปใกล้ ปลายจมูกโด่งที่ใหญ่โตกว่าของอีกฝ่ายแตะเกลี่ยไปตามผิวนิ่มใสอย่างไม่ได้ตั้งใจ ก่อนที่สุดท้ายริมฝีปากจะบรรจงจรดเข้าที่ปลายจมูกเล็กๆของคนเป็นเด็ก

ไม่ ไม่กล้าหอมแก้มหรอก… เกินไป

แล้ว แล้ว ปาก… ก็คงจะไม่ใช่

ยังไง… ก็คงทำได้แค่นี้


ซึงฮยอนรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายหลับไปแล้วจริงๆก็ตอนทีมือเล็กที่เคยกอบกำแนบแน่นอยู่ที่แขนเสื้อของตน ตกลงไปกองอยู่ข้างลำตัวของเจ้าตัวเป็นที่เรียบร้อย ไม่อยากจะเชื่อเหอะ บางอย่างเกิดจะง่ายดายขึ้นมาก็ช่างงายเสียเกินจะพูดขยาย

หลังจากที่ออกไปจัดการปิดทีวี และไฟที่ด้านนอกเรียบร้อยแล้ว สุดท้ายก็ถึงเวลาที่เขาคงจะต้องเข้านอนบ้าง


แต่หายง่วงไปแล้วหว่ะ!!!



ตาแม่งโคตรสว่าง…



‘ไรของมันฟะ…



ทำไมรู้สึกแปลกๆอะ…



พยายามข่มตาปิดลงหลับ นับแกะ งืม งำๆ…



เตียงนอนขนาดคิงไซต์ของซง ซึงฮยอนเป็นพยาน
ไม่ได้กำลังใจเต้นแต่อย่างใด แล้วก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ตอนนี้ไม่ได้คิดอะไรด้วย ไม่!!!


ที่รู้สึกร้อนผ่าวที่ริมฝีปากแบบนี้…




แม่ง กูนอนดีกว่า



ใครอย่าทักขึ้นมานะ ทำอะไรลงไปก่อนหน้านี้ลืมไปหมดแล้วเว่ย!!!!!!!


 


TO BE CONTINUE...
ตอนที่ 3 (ความผิด?)

  

 


TALK
มันอาจจะแผ่วๆ ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ ซอรี่จริงๆ~ ช่วงนี้ชีวิตเรามีปัญหามากๆเลย แต่พอมีปัญหาแล้วไม่มีอะไรทำเราก็จะเขียนฟิคนะ(ฮา) ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ทำให้การดำเนินชีวิตไขว้เขวไปนิดหน่อย ถ้าปรับตัวได้อะไรๆก็คงจะดีขึ้น(มั้ง?) เออ แถมทัมไดฟ์หายด้วย ไฟล์หายหมดเลยอะ ต้องเขียนใหม่ รูปก็ต้องทำใหม่ เซ็งโคตร T_T
.

.
คือพอดีบ๊อบมันตัดผม จริงๆไม่ได้คิดว่า Character Image มันจะออกมาเต่อขนาดนี้ ก้าก แต่ว่ารูปนี้มันหล่อ สรุปว่าซึงฮยอนในเรื่องก็เป็นแบบนี้แล้วกั~น เดี๋ยวนี้บ๊อบแมนขึ้นเยอะนะ(ไม่รู้เราคิดไปเองคนเดียวป่าว) ชอบเวลาใส่เสื้อกล้ามแบบนี้อะ >\ <' แอบเห็นแผ่นอก(แฟบๆ)เล็กน้อย กร้าก(ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีผู้หญิงที่คิดเรื่องแบบนี้กับอีบ๊อบได้5555555555) เลิฟๆเว้~ย
.
เราจะตอบคอมเม้นต์(อันน้อยนิด)นะคะ แอร่
คุณ whitewhile → ขอบคุณมากเลยน๊า มีกำลังใจมากมายเวลาที่ได้เห็นคอมเม้นต์จ้า เอิ้กส์ๆ แสดงว่าชอบซึงแจแน่ๆเลยอะ ฮ่าฮ่าฮ่า ส่วนไอ้ฮุนชินอันนั้นที่รออยู่มันคืออันไหนเหรอ? ไม่รู้จริงๆ กร้าก XD
คุณ somiiz → รู้สึกดีมากๆเลยฮะ ตอนที่รู้ว่าแม้แต่คุณยังคิดเลยว่านั่นซึงฮยอนมีลูกจริงๆ งั้นแปลว่าแผนของไอ้คู่บ๊องมันสำเร็จโคตรๆเลยดิ? ส่วนเรื่องความเกลียดเด็ก ส่วนตัวเข้าใจซึงฮยอนนะฮะ ไม่ใช่ท่านประธานนิ โชตะโดยธรรมชาติ อะไร-_- เกลียดเหมือนกันอะ รักแต่เด็กน่ารัก(ชเวปลาทอง) อีพวกมาเพ่นพ่าน ทำน่ารำคาญรอบๆตัวนี่... อยากจะจับโหม่งกระจกซะที หึ
คุณ Ailessploiiy → เวลาอ่านคอมเม้นต์ที่เขียนว่าขำฟิคทีไรเราจะชอบใจมากเลย555 ขอบคุณมากๆนะคะ หวังว่าตอน 2 มันจะขำเหมือนเดิม จริงๆอาจขำน้อยกว่าเดิม นิ๊ดเนิ~ง เอิ้กส์
.
.
.
อ่า รักคนอ่านมากมาย บ๊ายบา~ย เดี่ยวเจอกันใหม่(จับมือจินโบก)
.
.
.
.

Comment

Comment:

Tweet

ไรท์เตอออร์กลับมาแต่งต่อน๊าาาาาแงงงงอยากอ่านมากกกๆเลยสนุกจริงๆอ่านแล้วยิ้มตลอดนะนะนะนะกลับมาแต่งต่อนะคะสนุกจริงๆน่ารักมากกกกอะแงงงงกลับมาแต่งต่อนะนะนะนะนะนะㅠㅠ

#5 By kiohii (103.7.57.18|115.67.102.226) on 2013-04-27 05:22

ขอบคุณมากสำหรับตอนที่สอง ดีใจจริงๆ ที่ได้เห็นมัน ตอนที่แรกที่ลงไว้แล้วหายไปเลยนั้น ค่อนข้างจะทำใจไปส่วนนึงแล้วว่า ไม่ได้อ่านต่อแหงม 5555555555 วู้วๆ มาจนได้นะ กราฟฟิคสะหวีวี่วีมาก เป็ดหรอ ทำไมง่ะ เอาไว้เล่นในอ่างอาบน้ำ เวลาอาบน้ำสองคนหรอ บ้า! เขาว่ากันว่า เกลียดอะไรจะได้อย่างนั้น ไม่จริงอ่ะ! ปากบอกว่าเกลียด แอบชอบอยู่ต่ะหาก ปากไม่ตรงกับใจ ชิ! อีบ็อบ!

เอิ่ม ประโยคแรกที่อ่านนี่มัน เด็กประเภทไหนกันยืนส่งป๊าม๊าไปฮันนีมูน เด็กดาวรอยงั้นเรอะ!
หน่ะ เห็นมั้ย บอกว่าจินน่ารัก อีบ็อบ! ประเด็นคือ เด็กน่ะเว้ยบ็อบ เด็ก 5 ขวบ ช่วยพึงนิดนึง โอ้ย ชอบก็รีบๆ ให้แม่ไปขอไป๊
ยีนส์เด่นจากพ่อ!!! นิสัยแบบนั้นของมินฮวานคือยีนส์งั้นเรอะ โอมายก็อด 5555555555 นี่ถ้าเกิดจินโตเท่าบ็อบ งั้นก็สลับพระเอกนางเอกเถอะ
เออ ประโยคไฮไลท์สีส้ม โดนโคตร โลกแตกอ่ะ เอามินวานมารวมกับแจจิน 555555555 เอ่อ จริงๆ แล้วจินก็...ก็ ร้ายมากจริงๆ ต่อให้เป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้เกลียดเด็ก ก็อาจจะเกลียดจินก็ได้นะ 5555 xD อายุ 5 ขวบ ไม่ไหวนะ อย่าให้พ่อมันเลี้ยงลูกอีกเลย หรือแจจินเลี้ยง น่าเป็นห่วงเพราะแจจินก็เลี้ยงปลาทองกับมินเหมือนกัน... โศกนาฐกรรมเด็กอนุบาล ต้นตอทั้งหมดคือแจจินงั้นเรอะ!
เว้ย! พอเถอะบ็อบ แกนี่ก็เถียงกับเด็กอยู่เอ่อ ในสนามบินไปได้ เอามือปิดปากแล้วอุ้มมันออกมาจากตรงนั้น บ็อบ! ทำเดี๋ยวนี้! กรี๊ดดดดดดดดด นิ้วจิ้มหัว ร้ายอ่า เห็นภาพเลย โฮรกกกกกกกกก ชอบ แจจินแม่งเจ๋งว่ะ สาดมาก ฮาสาด แอร๊ แจจินบอกอะไรจินไว้มั่งก่อนไปหรอ บ็อบแพ้ตั้งแต่เกมส์ยังไม่เริ่มแล้วนะ สงสารอ่า ไม่เคยคิดเลยว่าการอ่านฟิคแบบนี้จะทำให้กรี๊ดกร๊าดดดได้ขนาดนี้ หวานแหววอ่ะ เง้ออออออ คู่ขวัญคู่ใหม่แห่งวงการบันเทิง
บ็อบ เด็กดาวรอยเค้าไม่วัดไอคิวอีคิวอะไรหรอกนะ วัดไม่ได้ เข็มตีสุด หน้าปัดแตกอ่ะ เหี้ย นั่น เห็นมั้ย เป็นไงล่ะ ลองของเรียก 'ซึง' สาดมาก เด็กคนนี้ อยากส่งบ็อบไปกลางรันเวย์ให้เครื่องบินชนตายจริงๆ แพ้เด็กป.สี่(อนุบาล)
แง๊ กลัวอ่ะ กลัวเด็กดาวรอย คือเด็กชอบกินผัก เด็กที่สามารถโฆษณานมผงดูเม็กซ์ไฮคิววันพลัสได้โดยไม่ต้องกินมันก็ฉลาดได้ เด็กที่กินหัวหอม กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
เชี้ยป้ะล่ะ เอาตุ๊กตาวูดูเข็มปักรอบตัวให้ไปเป็นเพื่อนเด็กอนุบาลหนึ่งนั่งดูการ์ตูนเน็ตเวิร์ค อนาคตของชาติ โถ...
โอ้ย บ้า เขินอ่ะ บ้า บ้า บ้า ฉากเลิฟซีน คริคริ จริงๆ แล้วจินอ่ะ บ้า อ้อนบ็อบชัดๆ หรือนี่คือแผน คำว่าไว้ใจใช้กับคนดาวรอยไม่ได้นะบ็อบ อร๊ายยยยยยย เขินอ่ะ 5555555555 เด็กตัวเล็กนิดเดียวเอง...

คือว่าเอ่อ เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตมึงหรอ ขอโทษที่หายตัวไปเลย(ซะนาน) ช่วงชีวิตตกต่ำเหมือนกัน ใช้เวลาว่างไปกับการเข้าสังคมเพื่อป้องกันตัวเองจากการตกเป็นเป้าโจมตีในวงเม้าส์มา อาจจะเข้าใจยากนิดหน่อย แต่ก็นะ สังคมทำงาน(เลวร้าย) คือเพิ่งจะมารู้วันนี้ เอ่อ วันที่ 2 กันยายนว่าเอ่อ โทรศัพท์ใช้ไม่ได้เรอะ!!!!! (โทรไปหามา) ฮ่วย ใช่ไม่ได้ตั้งแต่วันไหน อย่าบอกว่าวันเกิด มิเช่นนั้น... เพราะเน็ตกูก็ไม่ได้เล่นอ่ะ เสียจายยยย อยากไปหาจัง เก็บบัตรลดเคเอฟซีไว้ให้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว เข็มแข็งเข้าไว้นะมึง! 'สุขสันต์วันเกิด' อย่างน้อยมึงควรจะได้เห็นข้อความจากกูนะ รักมึงเสมอ คิดถึงมึงบ่อยๆ (แม้จะไม่ได้บอก) บางทีมันก็เหนื่อยเกินจะพูดอะไรcry

#4 By somiiz on 2011-09-02 23:18

ฮ่า---ตลกคุณซึง

คุณซึงโคตรสับสนในตัวเองเลยเหรอคุณ

ยอมรับมาเหอะ....โชตะค่อน ชัดอ่ะ!

มีใจต้งใจเต้นด้วย...ฮั่นแน่ะ



ป.ล. วันนี้เข้ามาดู ไม่ยักกะเห็นฟิคคู่เรื่องใหม่(?) Insomnight ของเจ้าลูกชายตัวยาวกับลีดเชวตัวสั้นเลยแฮะ ล้มเลิกโปรเจคท์ไปแล้วเรอะคุณไรเตอร์

คู่นั้นน่ะ ทำให้ตามมาจากบ้านไทยเลยนะ -- LIKE!

#3 By Smile_Wider (101.109.8.138) on 2011-09-02 18:40

สงสารน้องจินตอนที่ดูทีวีรอซึงพาไปนอน
ทั้งที่น้องง่วงอ่ะนะ แต่น้องก็รอ น่าร้ากกกอ่ะ
แถมในมือก็ยังมีตุ๊กตาที่ซึงเอาให้เป็นเพื่อนอีก
ถ้าเราเป็นซึงนะคงน้ำตาซึมอ่ะ
แบบลืมน้องได้ยังไง ทั้งๆ ที่น้องน่ารักขนาดนี้

แล้วเป็นไงล่ะ ผิดคำเสียที่ไหน
แอบใจเต้นกับเด็กแล้วใช่ไหมล่ะซึง
ก็น้องน่ารักขนาดนี้ใครไม่รักไม่หลงก็บ้าแล้วอ่ะ เนอะะะ

น้องกับน้องก็กอดน้องด้วยนะ
เดี๋ยวน้องขาดความอบอุ่น คริ คริ ><

#2 By waiting (125.25.44.42) on 2011-08-31 12:39

โอ๊ะ ตอบเม้นท์ด้วย *เขิน (ก๊าก)
เรื่อง Insomnight ที่โหลดดิ้งมานาน.. อยากอ่านนะขอบอก กิ๊ว<3

เข้าเรื่องๆ เม้นๆแปะๆ ฮ่าๆ
อัพแล้ว ดีใจจจจ ฮ่าๆ ,อ่านจบแล้วรู้สึกประมาณ
ซึงเอ้ย .. คุกคุกคุก (อ่า .. นั่นคือเสียงไอ มิได้มีจุดประสงค์แอบแฝง 55)

ขำตลอดเรื่องอ่ะ มีความสุขมากไหมอ่ะซงซึงฮยอน
ชนะเด็กอนุบาล .. น่าภูมิใจ โคตรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร เลยรึป่ะล่ะ ?
ขอให้ชนะเด็กอนุบาลให้ได้ซักวันนะผู้ใหญ๋แพ้คลอโรฟิลล์ (ปัญญาอ่อนจริงบ็อบ55)

แต่เด็กๆเดี๋ยวนี้ไวไฟ มาของจ๊งขอจุ๊บ
แต่สงสัยจะมีผู้ใหญ่คิดมากอยู่คนเดียว?
ผู้ใหญ่ใจร้ายที่ปล่อยให้เด็กรอด้วยดิ่ - แหมใจร้ายสาดด 55

อ่อ แล้วจินน่ะหน้าไม่เหมือนแจจินอย่างกับแกะหรอก ก็คงเหมือนแจจินอย่างกับแพะต่างหาก <3 (ดีกว่า? ก๊าก)

อ้อ
ซึงแกอย่านอนทับน้องนะเว้ย สงสารเด็ก 55

ปล1.อุ้ยไรท์เตอร์รู้แนวเรา ก๊ากๆ สู้ๆกับชีวิตนะคะ ไม่ว่าอะไรก็ตาม ขอให้ดีขึ้นนะ<3
ปล2. อิบ็อบมันหล่อขึ้นจริง แหม ไหปลาร้านั่นช่างเร้าใจ ..

#1 By whitewhile (101.109.18.138) on 2011-08-30 17:38