凡的基.尔.提♡ View my profile

♡ เกลียดเด็ก # ตอนที่ 2 (เด็ก)

posted on 30 Aug 2011 10:47 by childen2shangri-la in fiction
SEUNGJAE FICTION | CONTENTS♞
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 
 
เกลียดเด็ก
เขาว่ากันว่า, เกลียดอะไร, จะได้อย่างนั้น


ตอนที่ 2 (เด็ก)


“บ๊ายบา~ย” มือเล็กๆที่ดูนุ่มนิ่มและอ้วนกลมจนดูผิดปกติในแบบของเด็กๆ ถูกยกขึ้นกางออก โบกไปมาเหนือหัวได้สักพัก ไม่นาน จนกระทั่งคนทั้งสองผู้เป็นพ่อและแม่หายลับไปจากทางเดินยาวซึ่งเชื่อมต่อเข้ากันกับตัวสนามบินแล้ว

ต่อจากนี้

วินาทีแรกที่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง

ซง ซึงฮยอน… กับเด็กน้อยอี จิน


ซึงฮยอนใช้ปลายลิ้นดุนรอบกระพุ้งแก้มอย่างคนใช้ความคิด แต่ตอนนี้สมองค่อนข้างที่จะขาวโพลนว่างป่าว เขาไม่เคยเรียนรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย ไม่เคยคิดที่จะทำแบบนั้นด้วย ซึ่งก็แหงล่ะ เป็นเรื่องปกติของนักศึกษาปี 2 ที่มุ่งมั่นจะเป็นนักกฎหมายอยู่แล้ว… มันมีความจำเป็นตรงไหนกันที่จะต้องมารับรู้เรื่องน่าขยาดพันนั้น

วิธีการ... รับ - มือ - เด็ก


ในที่นี้ ขอย้ำอีกครั้ง

เด็กอายุ 5 ขวบ

เอาตามตรงแล้วมองจากมุมนี้ แค่ภายนอก…
เอาแค่ภายนอก โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องไปมีปฏิสัมพันธ์อื่นใดกับเจ้าตัวเลยแล้วล่ะก็ จินน่ะ… ก็น่ารัก

หน้าตาน่ารักแบบเด็กที่น่ารัก น่ารัก… น่ารักกว่าเด็กทั่วไปเสียด้วย

ตัวเล็กนิดเดียวแต่ก็ดูบอบบางนุ่มนิ่ม อย่างกับตุ๊กตายัดนุ่นตามงานแสดงโชว์งั้นแหละ ตากลมโตเป็นประกายวิบวับ นี่ไม่ได้สังเกตสังกาอะไรมากมายเลยนะเว้ย
.
นะเว้ย…

คิ้วสวย จมูกเล็ก ริมฝีปากกลมสีจัด จริงๆแล้วก็แค่…

คือว่านี่มันหน้าเหมือนกับพี่แจจินอย่างกับแกะเลยไม่ใช่หรอกเหรอฟ่ะ… ให้ตายเด่ะ แกะอีท่าไหนของมัน!

แต่ก็ไม่ใช่แค่นั้นหรอก เพราะเรื่องของบุคลิกท่าทางนี่ก็ได้มากจากมินฮวานมากอยู่ ถึงจะหน้าตาจิ้มลิ้มจนมองเผินๆแล้วเห็นเป็นเด็กผู้หญิง ทว่าไอ้ลักษณะนิสัยการว่างตัวก๋ากั่นแบบนั้น บอกให้รู้ได้ง่ายๆว่าไอ้เด็กน้อยนี่หน่ะก็คงจะห้าวอยู่พอตัว


ให้มันได้งี้ดิ๊

เล่นล่อยีนส์เด่นจากไอ้ตัวพ่อตัวแม่เมิงมาหมดเลยแบบนี้

ไม่อยากจะนึกเลยว่าต่อจากนี้ไปซง ซึงฮยอนจะต้องเจอกับอะไร

อะไรวะ


มีอะไรที่เลวร้ายกว่าการที่เอาชเวมินฮวานมารวมกับพี่แจจินได้อีกล่ะ?!!



“อาป๊า!!!”

ทำเอาสะดุ้งเฮือก ทันทีที่ได้ยินประโยคแรกที่พ่นออกมาจากปากของเด็กน้อย

เขาพยายามถอยตัวออกมา แต่ช้าไป โดนมันจับหมับอย่างโคตรจะตีนตุ๊กแกอยู่ที่ชายเสื้อนั่นเสียแล้ว ถึงกับแสดงอาการประสาทเสียออกมาทางสีหน้าแบบไม่อ้อมค้อม

อาป๊า… อาป๊าบ้าบออะไรของแกอีกล่ะ?!

นี่ช่วยอย่ามาตอกย้ำเรื่องฝังใจในครั้งแรกที่ได้เจอกัน จนทำให้มันเป็นปมได้มั๊ยวะ!!!

เด็กนิสัยไม่ดี!!!!


“ใครวะอาป๊า!!!”

พูดออกมาอย่างหงุดหงิด ตามปกติพอจะรู้อยู่นะว่าเด็กๆน่ะ เป็นแบบที่ว่า ค่อนข้างที่จะไม่รู้จักคำว่าเหตุผล เพราะฉะนั้นความแตกต่างจึงอยู่ตรงที่ ถ้าเขาไม่ใช่เด็ก มีความเป็นผู้ใหญ่มากพอแล้วล่ะก็ ก็ควรที่จะตอบรับขับสู้กลับไปแบบที่ผู้ใหญ่เขาทำกัน นั่นคือมีสติ… มีเหตุผลเสียให้มากๆ แต่

แต่… ใครเป็นคนตัดสินเรื่องนี้กันไม่ทราบ

เหตุผลบ้าบออะไร ใครบอกกัน
กับไอ้สิ่งมีชีวิตเล็กๆที่น่าขยะแขยงแบบนี้ใครมันจะไปมีอารมณ์หาเหตุผลกลยุทธวะ!!!

แม่ง ชวนตีลูกเดียว!
.

“นายน่ะสิ” จินตอบ ยังไม่ปล่อยมือออกมาจากชายเสื้อของคนที่ถูกเรียกว่าอาป๊า มากไปกว่านั้นจังเขย่าไปมาเหมือนพยายามเรียกร้องให้อีกฝ่ายกลายเป็นผู้ที่จะต้องตั้งใจฟังมากกว่าเถียงเขา “เราหิวแล้ว หาอะไรกินหน่อย”

ซึงฮยอนผงะ

ไม่คิดเลยว่าศัตรูจะร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้

สาดดดดดดดดดด นี่สั่งกูเหรอ ไอ้พี่แจจินเวอร์ชั่นจิบิ ไอ้ ไอ้ร่างทรงมินฮวาน ไอ้ ไอ้เด็กบ้า!!!!


“ไม่พาไปกินอะไรทั้งนั้น จนกว่านายจะเลิกเรียกฉันแบบนี้”

จินกัดริมฝีปากล่างอย่างใช้ความคิดก่อนที่จะรีบตอบอีก

“แต่อ่อมม่าบอกให้เราเรียกนายว่าอาป๊า!” โอ้ยยย เถียงไม่เลิก เดี่ยวปั๊ด โบกกกกก!

“ยังไม่เข้าใจอีกหรือไงว่าฉัน ไม่-ใช่-พ่อ-ของ-นาย!!!!”
“ก็นายไม่ใช่พ่อของเราน่ะสิ”

อ่าว… ไอ้เด็กนี่
วอนซะละ

“เออ รู้นี่หว่า”
“แต่จินเป็นเด็กดี เชื่อฟังอ่อมม่า”
“แล้ว?”
“ก็อ่อมม่าบอกว่าให้เรียกนายว่าอาป๊า!!!”
“แต่นั่นมันเป็นเรื่องโกหก!!!”
“อ่อมม่าไม่โกหก!!!”
“เว้ย!!!!”


กูอยากจะถามเมิงเจรงๆ ว่าแล้วอ่อมม่าแจจินที่ไม่เคยโกหกน่ะ บอกไว้ก่อนไปว่าไง? จะซื้ออะไรให้ใช่ไหม? หรือสัญญาว่าจะพาไปไหน?

โกหกทั้งเพ ก็ถูกหลอกทิ้งไว้กับใครก็ไม่รู้อย่างเนี๊ยะ จะมาบอกว่าอ่อมม่าไม่โกหกได้ไงวะ

ไอ้เด็กโง่!!!!

ยี๊(นิ้วจิ้มหัว)
.
.


“ถ้าพูดไม่รู้เรื่องก็ปล่อยมือเลยปะ อยากไปไหนก็ไปเลยชิ่วๆ ใครอยากพาไปกัน”

หมดปัญญาจะต่อปากต่อคำ นี่เข้าใจหรือยังว่าตัวเองน่าเกลียดน่ะ ฉันถึงได้เกลียดเด็กไง อี๊…

“อ่อมม่าบอกว่า –ถ้าอาป๊าไล่จินไปให้จินคิดซะว่าอาป๊าไม่ได้พูดอะไร”

สาดดดดดดดดด กูเกลียดอ่อมม่ามึงจริงๆ แม่งรู้อยู่แล้วชัดๆเลยว่าจะต้องเป็นแบบนี้ เลว!!!!

“เลวโคตร”
“จินหิวอ่าป๊า!!!!”
.
.
“นี่จะบอกอะไรให้อย่าง”


อีกคนที่ดูเหมือนว่าจะเริ่มงอแงเพราะอาการหิว หันกลับมาให้ความสำคัญอยู่ที่ใบหน้าของพี่เลี้ยงมือใหม่ทันทีที่ซึงฮยอนดูเหมือนจะเริ่มปรับน้ำเสียงให้ฟังดูขึงขังจริงจังขึ้น แต่คนที่ถูกจ้องจนเผลอสบตาดวงเล็กนั้นเสียได้กลับแทบหยุดลมหายใจ แล้วก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรด้วยถึงได้ไม่กล้ามองหน้า ดูแววตาของกะอีแค่เด็กอนุบาลตัวเล็กๆคนนึงแบบนั้น

แน่ๆ ต้องใช่แน่ๆ
ต้องเป็นเพราะขยะแขยงแน่ๆ แค่คิดก็จะอ้วกละ
แม่ง น่าเกลียดน่ากลัวกว่าหนอนอีก(ล้วงคอ)

“พ่อนายอะคือไอ้บ้าชเวมินฮวาน ส่วนแม่นายก็คือพี่แจจินติงต๊อง แต่ว่านะถ้าอยากจะเรียกฉันว่าอาป๊าก็ตามใจ แสดงว่านายมีพ่อ 2 คนเพราะฉะนั้น ออมม่านายก็จะต้องถูกแบ่งครึ่ง!!! เข้าใจปะ งึมงำๆ จริงๆก็ไม่ได้อยากจะได้ไอ่ออมม่านายมาทำไรหรอกนะ ก็พยายามพลักไสไล่ส่งพอๆกับนายนั่นล่ะ แบร่…”

ทำเป็นลอยหน้าลอยหน้า เหมือนกับไม่รู้ว่าไอ้ประโยคที่เพิ่งพ่นออกไปเมื่อครู่นี้น่ะ มันจี้ใจไอ้เด็กกตัญญูไปเสียเต็มประดา หึหึหึ รักมากเลยใช่มะ ไอ้คู่บ๊องที่หนีไปฮันนีมูนรอบสองไกลซะครึ่งโลกนั่น ที่นี้แหละยาวแน่ จับจุดอ่อนได้ละเว้ย โดนนนนนนนนนน…

จินเงียบ ขบซี่ฟันกระต่ายคู่เล็กลงเข้ากับริมฝีปาก อาการคิดหนัก ซึงฮยอนเองก็รับรู้ได้ เพราะแรงดึงที่มากขึ้นบริเวณชายเสื้อของเขาก็พอจะบอกได้ชัดๆอยู่แล้ว

ตอนนี้เขาเป็นฝ่ายมีชัย

อยากจะหัวเราะก๊ากให้ลั่นสนามบินซะ ให้คนแม่งรู้ๆกันไป
ว่าซง ซึงฮยอนโคตรมีความสุขเลยหว่ะ
ที่สามารถรู้สึกเหนือกว่าเด็กตัวเล็กๆที่อยู่แค่ชั้นอนุบาลหนึ่งได้ขนาดนี้

กร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!


“เรา… ไม่แบ่งอ่อมม่าให้นายหรอก”

ดวงตาเล็กๆแข็งขึ้นมาเล็กน้อยจากความหึงหวง คนที่โตกว่าแทบหลุดขำ นี่ยังไม่เข้าใจอีกหรือไงว่าฉันก็ไม่ได้อยากได้หรอกน่ะ ไอ้ออมม่าติงต๊องของนายอะ

บ้าปะ=_=?

“ก็ไม่ได้อยากด๊าย~ ถ้างั้นเป็นอันตกลงแล้วนะ เอ้า เรียกฉันว่าอาซึงซะ ไม่ใช่อาป๊า เร็วๆ”
“อา…”
“อาซึง!”
“อา…ซ”
“เร็วดิ๊! ให้โอกาสเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ เรียกสักที มันยากตรงไหนกัน”
“อา…อาซึ”
“เออ นั่นแหละ! คุณ~อา~ซึง~ฮยอน”

“มันยาวเกินไป!!!!!!”


อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!
นี่แกอยากจะให้ฉันโยนทิ้งลงถังขยะจริงๆใช่ไหม พูดอะไรไม่รู้เรื่องเลย ประสาทจะเสียแล้วนะโว้ย!!!!!!

“โอ้ย เมื่อกี้เป็นชื่อเต็ม ก็ให้เรียกแค่อาซึงเฉยๆไง ยาวบ้ายาวบออะไร ซึ่งไอ้มินฮวานยังยาวกว่าเลย!”
.
แม่ง อีคิวเท่าไหร่วะ เมิงจะเข้าใจอะไรยากนักเนี่ย!!!

“ซึง!”
“เฮ๊ย! ไม่! ไม่ได้!! เรียกแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!!!”
“ซึง!!!”
“อาซึง!!!!”
“ซึง!!!!”
“โอกาสสุดท้ายจริงๆแล้วนะ ถ้ายังเรียกไม่ถูกจะทิ้งไว้นี่เลย ฉันคือ อา-ซึง!!!!!”
“เราเหนื่อยแล้วอ่า ไปกินข้าวกันนะ ซึง~”

“…”

สนามบินนานาชาติ ณ ประเทศเกาหลีใต้เป็นพยาน
ซง ซึงฮยอนสาบาน…

เกลียด


เกลียดแม่งที่สุดในโลกเลยโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!!!


.
.







“เราเอาอันนี้” ถึงไม่บอกก็พอจะเดาออกแต่แรกอยู่แล้ว

เด็กๆก็เป็นแบบนี้…

พนักงานท่าทางใจดี หลับตาพริ้มยิ้มรับเมนูของหวานหน้าตาน่าทานที่ลูกค้าวัยอนุบาลด้านหน้าระรัวสั่ง จิ้มนิ้วสั้นๆลงไปในเมนูอย่างไม่คิดชีวิต ซึงฮยอนจิ๊ปาก ก่อนที่จะตรงเข้าตีเบาๆไปที่มือเล็กของเด็กน้อยซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“ไม่ได้ ต้องกินข้าวก่อนแล้วค่อนกินขนม”

คนตัวเล็กหน้ายู่ พองลมเต็มสองแก้มท่าทางหาเรื่อง

“เราไม่ได้หิวข้าว เราหิวพุดดิ้งต่างหาก!”

เมิงเป็นคนปะเนี่ย อาหารหลักคือเจลาตินรึงะ สาด

“อยากให้ฟ้องออมม่าใช่มะ…”

ถึงกับนิ่งไป ซึงฮยอนส่ายศีรษะ ไม่นานก็บังคับให้จินเลือกอาหารจานที่ต้องการเพื่อบอกแก่พนักงานได้ ด้วยความแลจะไม่ได้เต็มใจสักเท่าไหร่ของเจ้าตัว



ลูกเกด ไส้กรอก ปูอัด ไข่ดาว ข้าว ซอสมะเขือเทศ –อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ ไม่ใช่พริกหยวก ต้นหอม ถั่วลันเตา ข้าวโพดอ่อน
.
ไม่ แม้แต่อะไรก็ตามที่ดูท่าทางว่าจะเป็นวัตถุดิบที่มีสารประเภทคลอโรฟิลล์

เด็กๆ

ก็คือเด็กๆวันยันค่ำนั่นล่ะ


แล้วในโลกนี้น่ะมันจะมีเด็กน่ารักน่าชังสักกี่คนกัน

ที่กินผัก!!!!!!


“ยัดเข้าปากไปเดี๋ยวนี้เลย!!!!”


ถ้าถามว่าหน้าที่หรือป่าว? แน่นอนว่าก็ต้องไม่ใช่อยู่แล้ว แล้วจำเป็นไหม? ก็ไม่มีทางอีกนั่นแหละ แค่ฝากไว้ แจจินกับมินฮวานก็แค่ฝากไอ้ลูกน้อยหอยสังข์โคตรดื้อด้านนี่ไว้ที่เขาเท่านั้น ที่จริงมีพี่เลี้ยงประจำมาคอยจัดการให้ทุกอย่างตั้งแต่อาทิตย์หน้าเป็นต้นไปเสียด้วยซ้ำ

เขาไม่จำเป็นที่จะต้องดูแลรับผิดชอบอะไรเกี่ยวกับเด็กคนนี้เลย ไม่ ไม่จริงๆนะ เขาเป็นแค่คนยอมเสียสละอย่างมหาศาลเพื่อให้ที่อาศัยพักพิงก็แค่นั้น บ้าหรือไงเรื่องที่จะต้องคอยมานั่งจ้ำจี้จ้ำไชให้กินอะไรไม่กินอะไรเพื่อสุขภาพอนามัย จะได้โตไปเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรง

แต่…

กูหมั่นไส้!!!!

ไม่ชอบใช่มั๊ยงั้นเมิงยัดเข้าไปเลย

อ๊ะ อ๊ะ อย่ามาทำเป็นเขี่ยไปหลบไว้ใต้ผักกาดหอม ซึงฮยอนไม่ได้โง่นะคร้าบบบบบบบบ



“ทำไมซึงไม่กินหล่ะ”

ปากเล็กๆ ทั้งที่เคี้ยวจ๊อบแจ๊บกับเมนูตรงหน้าอยู่ แต่ก็ไม่วายที่จะพูดตอบ ทว่ากลับเฉไฉออกไปจากคำถามเดิม โยงไปถึงกองมะเขือเท