凡的基.尔.提♡ View my profile

♡ เกลียดเด็ก # ตอนที่ 1 (อาป๊า)

posted on 10 Aug 2011 21:44 by childen2shangri-la in fiction
SEUNGJIN FICTION | CONTENTS♞
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 
 
เกลียดเด็ก
ไม่รู้อะไรควรไม่ควร, ไม่รู้เวล่ำเวลา, เด็กและความรัก


ตอนที่ 1 (อาป๊า)


ซึงฮยอนกำลังคร่ำครวญและตริตรองอย่างเงียบเชียบคนเดียวภายในใจ หากแต่ว่าความเป็นจริงที่พึงระรึกได้นั้นกลับทำให้ เรื่องราวทั้งหลายดูจะยุ่งยากมากมายไปเสียยิ่งกว่าเก่า ถ้านี่ไม่ใช่โจ๊ก ไม่ใช่มุกตลก นั่นก็เป็นเพราะว่าวันนี้น่ะไม่ใช่วันที่ 1 เมษา และผลลัพธ์ที่เหลืออยู่ก็ดูเหมือนว่าจะมีทางหนีทีรอดน้อยเต็มทน

เด็ก…

ที่หน้าประตูห้องพักของเขา


อย่างกับว่านี่คือนวนิยายชื่อดังทำนองเดียวกันกับแฮร์รี่ พอตเตอร์อะไรอย่างนั้นแหละ ใครวะ?! ดัมเบอร์ดอร์ป้ะ ที่จงใจทิ้งไอ้เด็กไม่รู้หัวนอนปลายเท้านี่ไว้ ให้เขาเลี้ยงต่อแล้วรอโวลเดอร์มอร์มารับตัวไปเป็นทาสรับใช้(ผิดเรื่องละ) ที่มากดกริ่งรัวแต่บ่ายแล้วก็เสกคาถาหายตัวไป ในขณะที่ทิ้งพ่อมดตัวน้อยอายุไม่น่าจะเกิน 5 ขวบนี่ไว้ให้

เวรเหอะ…

จำไม่ได้ด้วยว่าเคยไปมีบรรพบุรุษที่ไม่ใช่มักเกิ้ลกับคนอื่นเขาตั้งแต่เมื่อไหร่

ต้องมีการเข้าใจผิดอะไรสักอย่างเนี่ยแหละ ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิด มีการเข้าใจผิดเกิดขึ้นแน่ๆ !!!!


“อาป๊า!”


ซง ซึงฮยอนน่ะนะ เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยโซล... ที่ซึ่งกำลังจะประสบความสำเร็จในการศึกษาในอีกไม่เร็วไม่ช้านี้ ณ คณะนิติศาสตร์อันเป็นที่ใฝ่ฝัน จริงๆแล้วก็ไม่ใช่ว่าเป็นคนประเภทที่คร่ำเคร่งหมกมุ่นถึงขนาดที่ไม่เคยไปมีเรื่องเกี่ยวพันกับพวกผู้หญิงหรอก แต่โทษทีว่ะ

ซะยิ่งกว่าญาติโกโหติกาพี่ป้าน้าอาไปเป็นพวกผู้วิเศษอีก...

แต่ว่ากูจำไม่เห็นได้นะว่าเคยไปไข่ทิ้งไว้เมื่อไหร่?!

ก็แล้วถ้าอย่างนั้นทำไมไอ้เด็กนี่มันถึงได้เรียกกูว่าอาป๊าล่ะ
อาป๊า? อัปป้า? อัปป้านี่มันแปลว่าพ่อใช่มะ?!?!?!


ซึงฮยอนกำลังลังเลใจอย่างสุดฤทธิ์ทีเดียวล่ะตอนนั้นน่ะ แต่เหมือนว่า ยิ่งความตื่นตระหนกตรงเข้าครอบงำเขาได้มากเท่าไหร่ เหมือนจะยิ่งเปิดโอกาสให้ไอ้เด็กนี่มีท่าทีสั่นประสาทเขาได้มากขึ้นเท่านั้น ก็จริงๆแล้วน่ะ ไอ้คุณซง ซึงฮยอนทั้งขยาดทั้งขยะแขยงเด็กเล็กๆพูดจาไม่รู้เรื่องรู้ราวแบบนี้เสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด!

แต่ก่อนเคยวางแผนชีวิตเอาไว้ ว่าให้เป็นตายร้ายดียังไงก็จะไม่มีลูกน้อยหอยสังข์อะไรพันนี้เด็ดขาด

แต่สายไปแล้วเหรอวะ?!

“อาป๊า อาป๊า อาป๊า”

กูรู้แล้วววว ขอเวลาคิดนิดนึงดิ อย่าเพิ่งเร่งได้ป้ะ!!!

“อาป๊าาาาาาาาาา!!!!” เออออออออออ "อาาาาาป๊าาาาาาาาาาาาาา!!!!!!"

“โอ้ย เงียบก่อนเห๊อะ!!!!”


เขาสถบ ตอนนั้นแหละที่เล็งเห็นซองจดหมายสีชมพูอ่อนหวานแนบวางอยู่ข้างๆตัวเด็ก หึ… ฟอร์มเดียวกันกับในหนังน้ำเน่าเด๊ะ คนที่ถูกเรียกว่าพ่อถึงกับยกมือขึ้นปาดเหงื่อซึ่งผุดขึ้นมามากมายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ตัวเลย ซึงฮยอนโค้งตัวลง คว้าเอาซองกระดาษนั้นขึ้นมาแกะอ่านข้อความด้านในดู ใจความว่า


“สวัสดีซึงฮยอน…”


ถึงเขา…

ถึงเขาจริงๆด้วย

ในใจลึกๆก็หวังไว้อยู่แล้วว่ามันจะมาส่งผิดบ้าน แต่ปรากฏว่าจดหมายนี่จ่าถึงเขา ความจริงอันงี่เง่าข้อนี้ทำเอารู้สึกกระอักกระอ่วม

ใจเย็นหน่ะ…

อ่านให้จบก่อน


เขาเหลือบลงไปดู แล้วไอ้เด็กน้อยหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มนั่นก็ยังคงจับจ้องมองมาที่อาป๊าของมันซะตาแป๋ว

หึหึ…หึ คิดว่ากูจะเอ็นดูง๊ะ

ตล๊ก!


“หวังว่านายคงจะสบายดี…”
เออสิ “ฉันไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นมันยังไง แต่ไม่ว่ายังไง ช้าหรือเร็วสักวันฉันก็คงจะต้องบอก…”

ซึงฮยอนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ความดราม่าพิสดารที่กำลังคืบคลานเข้ามานี้เป็นความรู้สึกประมาณว่าควรจะรีบๆขยำมันทิ้งลงถังขยะไป และปิดประตูปัง !!!! หนีความจริงซะตั้งแต่ตอนนี้เลย !!!!

(น่าจะ)ยังทัน!!!!!(เหรอ?)


“…ตอนนั้นนายเมามาก”

เหี้ยละ

“และฉันก็เมามากด้วย”

มันจะบรรลัยก็ตรงนี้แหละ !

“ถึงแม้ว่าเราจะเป็นเพื่อนกัน แต่คืนนั้นฉันยอมรับว่าฉันเองก็เผลอไป”

แง๊๊งง

“นายอาจจะจำไม่ได้ ยังไงก็เถอะ ไม่กี่เดือนต่อมาฉันก็มีเขา”

ม่ายจริ๊งงงงง


“ฉันตัดสินใจว่าจะดูแลเขาเองด้วยตัวของฉันเอง แต่ว่าซึงฮยอน ฉันต้องขอโทษจริงๆ แม้ว่าเรื่องนี้จะผ่านมานานถึง 5 ปีแล้ว แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็เป็นลูกนายนะ ฉันไม่ดีพอที่จะเลี้ยงดูเขาได้ ฉันหวังว่านายจะไม่ใจร้าย และรักเขาให้มากๆ ฉันฝากจินด้วยนะ”


บัดซบ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!



ให้นี่เป็นชอตที่ประสาทแดกแห่งปีไปได้เลย!!! นี่มันอะไรกันวะเนี่ย!!!!
 
 
ซึงฮยอนรู้สึกเหมือนกำลังจะอาเจียนออกมาก็ไม่เชิง หรือว่ากำลังจมน้ำก็ไม่เชิง กำลังลูกถูกคลื่นที่สูงเกิน 50 ฟุตสาดใส่เข้าเต็มใบหน้าก็ไม่เชิงอีก วิงเวียน คลื่นไส้ คล้ายจะเป็นลม

เชด…

เชด... โด้


เขาขยำกระดาษสีชมพูในมือนั่นทิ้งลงอย่างหัวเสีย ปาสะเปะสะปะออกไปที่ไหนสักที่ ก่อนพยายามยืนนิ่งๆ ทำตัวตรง และเริ่มกำหนดลมหายใจเข้าออกตามที่เคยได้เรียนมาในชั่วโมงพุทธศาสนา เอ้า!

พุธ…

โธ…

เย็นหนอๆ

พุธ…

โธ…

เวรเอ้ย เวรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร ... เอ้ย!


“อาป๊า!”


ประเด็นอยู่ที่แกเนี่ยแหละ ที่อยู่ตรงหน้านั่น เด็ก… ไม่ใช่เด็กทารกอะไรแบบนั้นหรอกนะ ก็โตแล้วล่ะ สักประมาณ 5-6 ขวบแล้วอย่างในจดหมายว่า ผิวขาว ตากลมโต ปากอิ่มแดงจัด ดูนุ่มนิ่มน่ารักในแบบของเด็กๆ

ไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย ความวัยเยาว์ไม่ควรที่จะเกิดมาเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาสังคมด้วยซ้ำไป แต่ก็เป็นไปแล้ว!!!

ในตอนนี้เด็กนี่คือปัญหา

ปัญหาใหญ่โคตรพ่อโคตรแม่เลยด้วย


ก็แม้แต่จนถึงตอนนี้ เขายังงงอยู่เลย

เขามีลูก?!?!?!

ตอนไหน? กับใคร? เมื่อไหร่? ยังไง?

คนเรานี่… จู่ๆก็จะให้กำเนิดเด็กตัวโตขนาดนี้ขึ้นมาได้โดยที่ไม่รู้ตัวเลยมาตลอด 5 ปีอย่างนั้นจริงๆดิ?!


นี่มันนิยายแล้วโว้ยยยยยยยยยย!


“อาป๊า?! หนาว!”

พูดได้ด้วย?!

เออ… ก็ต้องได้สิเน๊อะ(ไหวมั๊ยกู)



แต่เอาจริงๆนะ ซึงฮยอนเองก็ยอมรับว่าไอ้เด็กตรงหน้านี่น่ะ ให้ความรู้สึกคุ้นตาอย่างโคตรประหลาด…
เหมือนมากๆ… คล้ายคลึงกับใคร ใครสักคนที่เขาคงจะต้องเคยรู้จักมักจี่มาก่อนแน่ๆ

ความรู้สึกคุ้นเคยพันนี้… ปัดโธ่เอ้ย !



คุณพ่อคนใหม่(?)พยักหน้าหงึกหงักกับตัวเอง พยายามคิดให้ตกว่าควรจะรับมือกับเรื่องแบบนี้ด้วยกระบวนท่าไหน

“นาย… เป็นใครเนี่ย” แต่แล้วสุดท้ายก็ลงเอยด้วยคำถามโง่ๆ โง่กว่าเด็กอายุ 5 ขวบอีก ทำอะไร ยังไง ไปไม่ถูกแล้วจริงๆบ๊อบเอ้ย

“เราเป็นลูกชายของอาป๊า!”

นั่น มันจัดให้เลยคำตอบ

“นาย… นาย… เนี่ยนะเป็นลูกฉัน?! คือ… ไม่ได้อยากจะทำร้ายจิตใจหรอกนะ แต่… ฉันจำไม่ได้ว่า…”

“อ่อมม่าบอกให้จินพูดว่านายคืออาป๊าเข้าใจไหม?!”

“ห๊ะ”

“ก็ใช่น่ะสินายคืออาป๊าของเรา”

“แล้วออมม่านายคือใคร” วะ

“นายไม่รู้เหรอ?”

ก็ไม่รู้น่ะสิวะ ไอ้เด็กนี่… -“-


“ใช่ดิ… จู่ๆเข็นนายมาทิ้งไว้หน้าห้องฉันอย่างนี้ หลักฐานก็ไม่มี จะมาพูดว่าให้รับเป็นลูกง่ายๆงี้ได้ไง”

“จินเป็นลูกอาป๊า!”

“ไม่เชื่อ! ไม่มีหลักฐาน!”

“แต่อ่อมม่าบอกแบบนี้ เป็นเด็กดีก็ต้องเชื่อฟังอ่อมม่าสิ!”

เด็กดีเร๊อะ เป็นไปคนเดียวเถอะเมิงงง(นี่ไม่ได้อยากจะหยาบคายกับเด็กน้อยเลยนะ สาบ๊าน!)

“แต่ฉันไม่รู้จักออมม่านายนิ่!”

“ฮึก…”

“เฮ้ยยยยยยยยย!!!!!!”

“ฮึก…”

“เฮ้ย เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน อย่าบอกนะว่า…”

“ฮึก… ฮือ… อ่อมม๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”


เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!



ก็เพราะว่าอย่างนี้ไงล่ะ กูถึงได้เกลียดเด็ก!!!!!!!!!!!!!!!!


จากเรื่องเล็กๆ(ตรงไหน)จะได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ก็ตอนนั้น ไอ้ลูกชาย(รึป่าวไม่รู้)ของเขา ที่ก่อนหน้านี้ทำตัวเงียบเชียบเรียบร้อย มารยาทดี๊ดี บัดนี้... กลับตั้งตกตั้งใจแหกปากเรียกหาแม่ของมัน พร้อมทั้งร้องไห้ฟูมฟาย บีบน้ำตาออกมาเรียกความดราม่าแบบไม่บันยะบันยัง

ซง ซึงฮยอนน้ำท่วมปาก

แล้วก็… จะให้ทำอะไร ก็ไปต่อไม่ถูกอีกแล้วหล่ะ



ซง ซึงฮยอนอายุ 20 ปี…
กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยโซล

ซง ซึงฮยอนชอบอยู่ในที่เงียบๆและให้ความรู้สึกสงบสุข เกลียดสงครามและการโจมตีในเกมคอมพิวเตอร์
เขาชอบสีเหลือง เกลียดสัปปะรด ส่วนอาหารโปรดก็คือพิซซ่าหน้าซีฟู้ด

ทีนี้เรื่องสำคัญอีกเรื่องที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือ


ขอให้จำไว้เลย ... ว่า


ซง – ซึง – ฮ – ยอน ––– เกลียด ––– เด็ก ––– !!!


เกลียดมาก…


มาก…


มากที่สุด!!!!!!!





 
“ไอ้บ้าเอ้ย นายทำลูกฉันร้องไห้!!!!!!!”
 
กำลังจะสติแตกได้ที่อยู่วินาทีนั้น ทว่าเสียงแว่วหวานอันคุ้นหูของบุคคลที่สาม กลับกระชากเอาประสาทสัมผัสทั้งหมดไปกองรวมกันอยู่ที่เจ้าตัวได้เสียชะงัก
 
และทันทีที่สายตาได้ประสบเข้ากับอีกฝ่าย รับรู้ว่าใครเป็นใคร ก็ทำเอาคนที่เพิ่งจะรู้ตัวเองว่าเป็นพ่อหมาดๆถึงกับแทบล้มโครมลงทั้งยืน เป็นตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียที่ตรงนั้นเลย

อย่าบอกนะเว้ยว่า…
 
ว่า...
 
ว่า...

 
“จินอย่าร้องไห้น๊า ออมม่าอยู่นี่ไงล่ะ เรื่องเมื่อกี้เดี๋ยวอัปป้าจะจัดการเอง~”

คนที่มาใหม่ว่า ตามมาติดๆด้วยบุคลากรหน้าโคตรคุ้นคนที่สอง ที่มาพร้อมคำกล่าวทักทายอย่างว่องไว “เออ ว่าไง ลูกพี่ซึงฮยอน”


อย่าบอกนะเว้ยว่า…



“พี่แจจิน?!?!?! มินาริ?!?!?!!!!!!!!!!!!!!!”










กูว่ากูเกลียดเด็กแล้ว แต่แม่งกูเกลียดพ่อกับแม่มันมากกว่า 10 เท่าเลยหว่ะ…

คุณอี แจจิน กับคุณชเว มินฮวาน

ฮาดิ้นไปเลยดิครับ…


ในห้องนั่งเล่น หอพักของเขาเอง มินฮวาน พี่แจจิน จิน(?) และเจ้าของห้องกำลังนั่งรุม(?)กินพิซซ่าที่โทรไปสั่งมาเมื่อครู่ พร้อมทั้งออกปากคุยกันเรื่องนู่นนี่อย่างออกรสออกชาติ แน่นอนว่าก็อร่อยอยู่หรอก แต่จะอร่อยมากๆ มากกว่านี้มากๆ ถ้ากูจะไม่ได้เจอกับสถานการณ์ซังกะบ๊วยก่อนหน้านี้มาหมาดๆน่ะ!!!!!!!

“โธ่ใจเย็นดิ แค่ล้อเล่นน่ะ ฮ่าๆๆ…”

ขำโคตรรรร

กูเกือบประสาทแดกไปแล้วครับเพื่อนรัก มีใครเข้าใจมั่งปะอยากรู้!

“อธิบายมาให้หมดเลย ทั้งพี่แล้วก็แกไอ้มินฮวาน ฉันเกือบเป็นบ้า ไม่ดิ เป็นบ้าไปแล้วเว้ย เมื่อกี้นี่น่ะ!!!”

ฮากันไปอีกระรอก พี่แจจินพยายามยื้อยุดฉุดกระชาก แย่งชิ้นเบคอนเล็กๆในมือกับเด็กน้อยน่ารักบนตัก ที่ซึ่งแกะแบบออกมาเหมือนกันเปี้ยบกับเจ้าตัวไม่มีผิดเพี้ยนเลยสักกระเบียดนิ้ว อ่อ กูว่าละ ทำไมแม่งโคตรคุ้นหน้ามันนัก! ส่วนมินฮวานก็ยัดเอาน่องไก่บาร์บีคิวคำโตเข้าปากไป สรุปว่าไม่มีใครคิดจะอธิบายอะไรเพื่อให้กูกระจ่างเลยใช่มะ?!?!

เยี่ยมม...

“ก็บอกว่าล้อเล่นไงล่ะ ฮ่าๆ จะเป็นลูกแกได้ไง นี่ลูกฉันกับแจจิน”

เหนือได้อีก!

พวกแกไปมีลูกกันตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะน่ะ?!?!?!


“ขำๆน่า อุตส่าห์มาเยี่ยมทั้งที ต้องมีเหตุการณ์น่าประทับใจหน่อยนึง ฮ่าๆๆ”

พี่แจจินเสริม หัวเราะร่า ส่วนคนเป็นลูกก็หน้าจิ้มลงไปในถาดพิซซ่าซะซอสเปื้อนจมูกเปื้อนปากเลอะท่วมไปหมด

“ประทับใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”

“ก็ดีใจที่ได้ยินอย่างน้านนน”

แหม่ กูประช๊ด !

“ฮึ่ย… เอาเหอะ ก็ดีแล้วที่ไม่ใช่ลูกผม”

ไม่งั้นเลี้ยงได้ไม่เกินสองวันกูจับมันโยนลงถังขยะแน่!

“คิกๆ”

“แล้วนี่? เกิดเหตุอาเพศอะไรล่ะ ร้อยวันพันปีไม่เคยมีแม้แต่จะโทรมาถามสารทุกข์สุขดิบ?!”

พี่แจจินร้องอ๋อ ก่อนที่จะยกเอาไอ้ตัวเล็กส่งไปให้นั่งตักมินฮวานแทน

“นายอะ ก็พูดเข้า คืองี้… แบบว่า”

แค่เกริ่นขึ้นมา กูก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบละ

“อ่าฮะ”

“ฉันกับมินฮวานว่าจะไปฮันมีมูนล่ะ!”

จ่ะ หวานแหวว

“อ่า… โชคดีละกันนะ”

“ประเด็นก็อยู่ตรงนั้นแหละ!”

“ตรงไหน?!”

“ตรงนั้นไง…”


ใช่แล้ว…


เป็นโจ๊กเม็ดที่สอง


สำหรับไอ้โจ๊กที่ว่านี้น่ะ ก็เรื่องตลกทั่วๆไป ของไอ้พวกคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามัน(ตรงไหนวะ)ที่มักจะชอบทำตัวไร้สาระขึ้นมาดื้อๆ อยากได้อิสระเสรีขึ้นมาเสียเฉยๆ หลังจากที่มีเด็ก?!

เหมือนละครฮาๆทั่วๆไปเลย ไอ้ประเภทที่หนีไปฮันนีมูนกันถึงเมืองนอกสักปีหรือครึ่งปี แล้วฝากลูกฝากหลานไว้กับคนข้างบ้าน โทษทีเหอะ แต่เอาจริงๆเลยคือ ไอ้เรื่องแบบนี้

มันควรจะมีแค่ในละครไง พวกแกจะเอามาใช้ในชีวิตจริงได้ยังไง?!?!?!

ที่ว่าจะเอาไอ้เด็กน้อยท่าทางกวนโอ้ยเหมือนพ่อเหมือนแม่มันมาฝากไว้ระหว่างที่ไปพลอตรักเนี่ย

หมายความว่าไงวะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!



“ไม่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”


ก็รู้ๆกันอยู่แล้วนี่หว่า ว่าคำตอบที่ออกมาน่ะน่าจะเป็นยังไง ก็ไม่น่าจะมาถาม…


“โธ่… ซึงฮยอนอ่าาาา…”


ซึงฮยอนกรอกตาหมุนเป็นวงกลมแบบ 360 องศา เหนื่อยหน่าย… เอือมระอา…

ไอ้ที่เขาว่ากันว่าการมีชีวิตคู่หรือแม้แต่มีบุตรมีทายาทอะไรพันนี้เนี่ย มันน่าจะทำให้คนเราโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น คงเป็นทฤษฎีที่ถูกหักทิ้งพังยับเยินเมื่อเอามาใช้กับไอ้คู่บ๊องคู่นี้

แจจินย้ายมานั่งที่ด้านข้างของรุ่นน้อง คล้องแขน ออดอ้อน เร้าหรือ อย่างนู้นอย่างนี้ เป็นอะไรที่โคตะระไม่ช่วย หารู้ไม่มันยิ่งบั่นทอน ยิ่งทำให้อยากจะปฏิเสธมันหนักเข้าไปมากกว่าเดิมอีก น่ารำคาญโว้ย เวร !!!!


“ช่วยหน่อยน่า ไม่นานหรอก ไปแค่อาทิตย์กว่าๆเท่านั้นแหละ เอาจินไปด้วยไม่ได้จริงๆเพิ่งขึ้นอนุบาลหนึ่ง เน๊อะแสบเน๊อะ” มินฮวานว่าขึ้นมาบ้าง หันไปพยักเพยิดกับลูกชาย ไอ้เด็กน้อยก็อมยิ้มให้คนเป็นพ่อ แล้วจุ๊บปากซะทีนึงอย่างน่ารักจะตาย(แหวะ อ้วก)

พี่แจจินรีบเสริมทับอีกแบบไม่ให้เสียของ

“อีกอย่างไม่รบกวนนายเรื่องเล็กๆน้อยๆแน่ จินมีพี่เลี้ยงอยู่แล้ว แค่ให้มาค้างอาศัยอยู่กับนายเท่านั้นเอง ตอนเช้าพี่เลี้ยงจะมาจัดการอาบน้ำพาไปโรงเรียน แล้วตอนเย็นก็ไปรับมากินข้าว พาเข้านอน นายแค่อยู่ดูแลเขาแทนพี่ตอนนอนหลับ พี่ไม่อยากให้จินไปอยู่กับคนอื่น ถ้าเป็นนายพี่ก็ไว้ใจได้”

เป็นไงล่ะ มาเต็ม ซึ่งกูไม่เห็นจะรู้สึกว่าตัวเองไว้ใจได้ตรงไหนเลยเนี่ย

“ซึงฮยอนอ่า…”

"ผมไม่มั่นใจว่าจะ..." พยายามคิดหาข้อแก้ตัว

"พี่เชื่อใจนาย...นะ น๊า..."

"แต่พี่ก็รู้นี่หว่าว่าผมอะ––"

"รักเด็ก!"

ใครบอกวะน่ะ มั่วละ!!!!


สักพัก สุดท้าย... ยอมรับก็ได้ว่าไปๆมาๆ ซง ซึงฮยอนก็เริ่มที่จะใจอ่อน

คือถ้าเป็นอย่างที่ว่า ที่ว่ามาจริงๆอะนะ คือก็แค่เสียสละพื้นที่เล็กๆน้อยๆให้ไอ้เด็กตัวกระเปี้ยกนอน
เอาจริงๆแล้วผู้ชายแมนๆ(ขีดเส้นใต้และตัวหนาคำว่า"แมนๆ"ด้วย)อย่างซง ซึงฮยอนก็ไม่ควรจะไปปฏิเสธ ใช่ป้ะล่ะ


“แน่นะว่าแค่อาทิตย์กว่าๆน่ะ”

แจจินเขยิบใกล้เข้ามาอีก หัวกลมๆซบอยู่ที่ไหล่แข็งแรงของคนเป็นน้องไม่ห่าง อย่างกับว่ารักกันเสียเต็มประดา

“ชัวว์ว์ว์ ก็ซื้อทริปแบบไม่เกินสองอาทิตย์ไปอะ เน๊อะมินฮวานเน๊อะ”

“อื่อฮึ” พยักหน้ารับ เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

“แล้วพี่เลี้ยง…”

“ถ้านายตกลงพี่จะบอกรายละเอียดทั้งหมดไว้ให้เขา แล้วก็พามารู้จักนายทันที แลกกับค่าที่พักของจินเขาจะช่วยทำความสะอาด ซักผ้า ล้างจานแล้วก็ดูแลเรื่องอื่นๆเล็กๆน้อยๆของนายให้ด้วย ดีปะ?”

ข้อเสนอชักจะมีความเข้าท่า
ซึงฮยอนพยักหน้าหงึกหงัก

“ถ้าเป็นไปตามนี้มันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก…”

“จริงนะ?!?!?!”

“อืม…”

“ตกลงนะ?!?!?!”

“ก็ตกลงแหละ ว่าแต่ลูกชายพี่เหอะ จะยอมอยู่กับผมหรือป่าวน่ะ”

“แค่นายตกลงแล้วก็ไม่มีปัญหา!!!!!!!!!”


เท่านั้นแหละ ย้ายฝั่งไปนั่งตบแปะกับมินฮวานอีกฝากเชียว คนเป็นลูกก็หัวเราะเอิ้กอ๊าก ไม่รู้ว่ารู้เรื่องรู้ราวที่ผู้ใหญ่เขาคุยกันบ้างหรือป่าว แต่จริงๆก็น่าจะเข้าใจอะไรได้เยอะแล้วนะ อนุบาล 1

5 ขวบแล้ว...

พูดคล่อง เขียนหนังสือได้ อ่านหนังสือออกแล้วล่ะ


“อยู่กับอาซึงน้า อาซึงใจดีที่สุดในโลกเล้ย~”

แจจินว่า จุ๊บแก้มคนเป็นลูกทีนึงก่อนเร่งเสริมทับ

“แล้วอัปป๊ากับออมม่าจะซื้อของมาฝากตามสัญญา จะทำตามสัญญาทุกอย่างเลย นะ นะ”

“โอเคคค♪”

นั่น มันตอบเป็นภาษาอังกฤษด้วยหว่ะ!



“รักจินที่สุดเล้ยยยยยยยย”

“รักอัปป้ากับอ่อมม่าาาาาา”


หึหึหึ... ตอนนี้อะรักไปเหอะ

ถูกหลอกแล้วยังไม่รู้ตัวอีกไอ้หนูเอ้ย




แต่ก็เป็นอันสรุปได้ว่า…

ผู้ชายแมนๆอย่างกู จะต้องผันตัวเองมาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก(สินะ)!!!!!!!!


 


TO BE CONTINUE...
ตอนที่ 2 (เด็ก)

  

 


TALK
เป็นคู่「 SEUNGHYUN♡JIN 」ไม่ใช่ SEUNGJAE นี่มัน MINJIN?! (เฮ้ย ยิ่งพูดก็ยิ่งงง) ฮา น้องจินเป็นเด็กน้อยของมินฮวานกับแจจินค่ะ J- มาจากตัวอักษรชื่อของออมม่า -IN มาจากสระชื่อของอัปป้า เออ รวมกันแล้วก็ยังไม่พ้นชื่อออมม่ามันอยู่ดี แต่ก็ไม่เป็นไร ก้ำกึ่งดี 5555 ทั้งหมดนี้เครดิทคุณ SOMIIZ ← เขาเป็นคนตั้งชื่อหลานให้ คือตอนแรกเราจะให้มันชื่อแจจุงอยู่แล้ว(ทีนี้ได้งงหนัก จิ้นมั่ว 55555)
 
LEE JIN อายุ 5 ขวบเป็นลูกชายคนเดียวของอาป๊ามินฮวานกับอ่อมม่าแจจินนี่เน๊อะ ^^ ใช้คาแรคเตอร์อิมเมจเป็นแจจินสมัยเด็กค่ะ มันเป็นความชอบส่วนตัวของคนเขียนมั้ง รักเด็กเว้ย อะไรที่มันโชตะที่ม่าง... ช่างเจิดและเกิดมาเพื่อสิ่งนี้แท้ๆ 555555555555

 

จริงๆมันเป็นอะไรที่นานๆที ที่เราจะเขียนฟิคโรแมนติกคอเมดี้ ทั้งๆที่ปกติชอบอ่านแท้ๆเน๊อะ สุดท้ายก็เขียนออกมาแล้ว จะบอกอย่างเป็นกำลังใจให้คนอ่านว่าเราน่ะเขียนพล็อตไปตั้ง 11 ตอนแล้วนะ หมายความว่ายังไงซะมันก็จะต้องจบล่ะม้างเรื่องนี้ ก้ากกกกกกกก ตั้งใจมาก คลั่งไคล้มาก จะพยายามนะ !
 
จริงๆประมาณหลายเดือนแล้วที่โม้กับหลายคนไว้ว่าจะเขียน แต่จินเพิ่งคลอดครับพี่น้อง เอาหน่ะ ทั้งหมดนี้ก็ยินดีเขียนให้คุณ SOMIIZ หมดเลย ขอบคุณสำหรับหลายๆอย่าง หรือแม้แต่จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ ก็เกิดขึ้นมาเพราะว่าเราคุยเล่นกับคุณ(รู้สึกว่าจะเริ่มต้นเรื่องที่บ่นๆว่า แจจินเป็นอะไรท้องหรือไงอะไรประมาณนี้ 555555)
 
เราพยายามเขียนฟิคโดยที่คิดว่า มีส้มคนเดียวที่อ่านก็พอแล้ว ตลอดแหละ จริงๆนะ แต่ก็บอกอย่างบริสุทธิ์ใจว่าเวลาที่ได้รับกำลังใจจากคุณคนอื่น ความคิดเห็นหรือว่าอารมณ์เมาส์มอยจากทุกคนที่ผ่านเข้ามาบ้าง นิดนึงเราก็รู้สึกดีขึ้นมาเยอะมากๆ อย่างน้อยก็รู้สึกว่า มีคนอ่านตั้งหลายคนแน่ะ 55555 เพราะฉะนั้นขอบคุณมากๆนะคะที่อุตส่าห์เข้ามาอ่าน ถ้าชอบเราก็ดีใจอีก และที่ช่วยคอมเม้นต์หรือแค่มาพูดกับเราว่ามันดีว่ะ สนุกมากหรือไม่ยังไง อะไรเล็กๆน้อยๆแบบนี้ แค่นี้เราก็จะเขียนเพื่อคุณด้วย แล้วก็ไว้รออ่านเกลียดเด็กตอนสองพรุ่งนี้กันค่ะ ก้าก~(ฟิตแอนด์พีค)
 
 
 
 
 
.
.
.


Comment

Comment:

Tweet

น้องจินอ่ะ น่าร้ากกกกกก
ตอนแรกแอบตกใจ นึกว่าซึงจะมีลูกจริงๆ
คู่สามีภรรยานี่ก็ป่วนซึงใช่ย่อย 555
เกลียดเด็กแบบนี้ระวังหลงรักเด็กไม่รู้ตัวนะจ๊ะ

ชอบฟิคโชตะแบบนี้มากๆ เลยล่ะคะ
ก็เด็กน้อยน่ารักนี่นา

เป็นกำลังใจให้นะคะ ^^

#4 By waiting (125.25.44.42) on 2011-08-31 12:22

ขำมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ช๊อบบบบบบบบบ ซึงฮยอนเวอร์ชั่นเกลียดเด็ก 555555555555555

คู่สามีภรรยาคู่นั้นช่างน่านักจะหนีไปฮันนีมูนทิ้งเด็กน้อยไว้ให้ซึงฮยอน ชิชะ >x<

แต่เด็กน้อยจินช่างน่ารักน่ากอดดด หวังว่าน้องจินจะทำซึงฮยอนหายเกลียดเด็กและมารักเด็กนะคะ คิคิ

อ่าาาอดใจรอตอนต่อไปอยู่นะคะ, ,,ขอเป็นกำลังใจให้ไรเตอร์สู้ๆนะคะ ^0^V

surprised smile

#3 By Ailessploiiy (103.1.166.200) on 2011-08-17 17:12

ขอบคุณมากๆ ถึงมันจะมาจากความฟิตแอนด์พีคของคุณก็เถอะ สุดยอดจริงๆ เกลียดเด็กสินะ... อ่า จะพูดยังไงดีล่ะ เหมือนคนที่รอคอยการกลับมาของวงเฉลียงหรืออะไรแบบนั้นล่ะมั้ง ทั้งที่ก็โดนไซโคแท้ๆ 55 อ่านแล้วอยากเขียนบ้างเลย ผมก็เกลียดเด็กเหมือนกันอ่ะ โดยเฉพาะเด็กที่แทะกระดูกมนุษดาวรอยเพื่อนบ้านแทนจุ๊ปาจุ๊บตอนดูการ์ตูนเน็ตเวิคอะไรแบบนั้น แล้วแถมพระเอกยังเป็นใครที่ไม่ค่อยจะรู้จักอีกต่างหาก(อ่านถึงตอนนี้อาจจะคัดค้านขึ้นมาในใจทันทีเลยใช่มั้ยล่ะ)
เด็ก...หน้าประตูห้องเรอะ ถ้าเป็นผมก็คงปิดประตูแล้วโทรเรียกรปภ.ข้างล่างขึ้นมาลากตัวออกไป หรือไม่ก็เคาะห้องข้างๆ แล้วบอกว่าเด็กคนนี้มาหาคุณครับ อะไรแบบนั้น ใครจะกล้าแตะตัวกันเล่า! เรื่องแบบนี้จะว่าไปก็เกินกำลังเด็กมหาลัยนะเห้ย ถึงจะเรียนนิติก็เถอะ ไม่สามารถขึ้นโรงขึ้นศาลประกันตัวเองออกมาหรอกนะ ถ้าเด็กมันเอาแต่เรียกพ่อ พ่ออยู่แบบนี้อ่ะ จะบ้า ชีวิต แล้วจดหมายนั่น เห้มาก ตกใจมาก คิดว่าเป็นเรื่องจริง ถึงกับจินตนาการไปแล้วว่าผญคนนนั้นหน้าตาเป็นยังไง ค่อนข้างจะซีเรียสโดยไร้เหตุผลนิดนึง แต่เออ..คำอุทานนั่นมัน บัดซบงั้นเรอะ สาด5555555555 หนังจีนกำลังภายในป้ะ เสียงพากพ์พัธมิตรลอยมาในหัวเลยอ่ะ ผมบ็อบมีลักยิ้มงั้นหรอ หลอกลวงกันชัดๆ เด็กอะไรอ่ะ เรียกแทนตัวเองว่าเราด้วย เหมือนดูปริศนาเวอชั่นติ๊กเจษกับเทย่าเลยอ่ะ คือว่านะ เอาจริงๆ ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย เด็กห้าขวบคนนึง ถ้าวันนึงมีคนเจอเป็นศพลอยอยู่ในแม่น้ำฮันใครเค้าจะไปตกใจอะไร โถ บ็อบ ไม่เห็นยากเลย... เหี้ยยิ่งกว่านั้นได้อีก เด็กแหกปากร้องไห้ เกิดมาไม่คุ้นเคย ปลาทองไม่แหกปากร้องไห้ ปลาทองร้องแกล้งๆ น้องมินร้องเบาๆ ปวดหัวนะ เล่นกันยังไงหรอ อยากรู้อ่ะ ก็ไม่น่าจะประกาศให้สวรรค์รู้นะ ว่าเกลียดเด็ก เกลียดอะไรจะเจออย่างงั้น สมน้ำหน้า หึ ยังไงก็บ็อบวันยังค่ำสินะ... เปิดตัวออกมาได้ เอิ่ม ไม่ไหวนะ สองคนนั้น คิดอะไรอยู่หรอ เอาลูกมาทิ้งไว้แล้วก็แอบดูอยู่งั้นหรอ คือถ้าจินไม่ร้องไห้ ซงไม่ตกใจ ก้จะไปเที่ยวเลยหรอ โอ้ย อะไร เรื่องแบบนี้มัน โธ่ ถ้าไม่ได้มาจากดาวรอยทำไม่ได้นะ แล้วเอ่อ...มินาริน่ะ ก็เข้าใจอยู่ว่าเป็นเด็กแบบนั้น แต่ทำยังไงถึงไปคบกับชาวดาวรอยแล้วผลิตเด็กคนนี้ออกมาล่ะเว้ย จะว่าไปก็เหมือนเด็กม.ต้นที่แอบไปกุ๊กกิ๊กกันแล้วก็ท้องยังไงไม่รู้แห่ะ -_- เอาลูกมาทิ้งไว้กับเพื่อนที่เป็นเด็กมหาลัยปีสอง ที่เป็นผู้ชาย ที่ไม่รู้ว่ามันจะพาผญเข้าห้องเมื่อไหร่ ที่ไม่รู้ว่ามันไว้ใจได้แค่ไหน และที่ไม่รู้ว่ามันรับผิดชอบแค่ไหน กรี๊ด บ้าไปแล้ว ถึงจินจะเป็นลูกครึ่งดาวรอยแต่ก็เป็นเด็กนะเว้ย ถึงจะโตกว่าปลาทอง กว่ามิน แต่ก็เด็กน่ะเว้ย อาทิตย์กว่าๆ กลับมาอาจจะเห็นข่าวสลดทางหน้าหนังสือพิมพ์ก็ได้ อาจจะไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้น เป็นเด็กประเภทไหนกันแน่นะ อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจจริงๆ 55555555 เด็กที่เป็นลูกของแจจิน มินฮวานน่ะ หืม เป็นเด็กแบบไหนกันน้าาาา น่ากลัวที่สุดเลย
จะว่าไปตอนนั้นที่เราคุยกันเรื่องแจจินท้องน่ะ เราเองก็ไม่แม้แต่จะคิดไม่ใช่หรอ ว่าเด็กที่ออกมามันจะเป็นยังไง หน้าตาแบบไหน นิสัยแบบนั้น เพราะงั้น เซอร์ไพร้สุดๆ ไปเลยอ้ะ ลงให้อ่านอีกน้าๆ จริงๆก็ไม่ชอบเด็กหรอกนะ ไม่ได้ชอบเล้ย แค่อยากรู้ว่าจะอยู่กันยังไงแค่นั้น ฝากติดกล้องฟูจิหมุนสามร้อยหกสิบองศาซูมสิบสองเท่าไว้ในบ้านด้วยละกันนะครับ

I Love You, Gyrti double wink

#2 By somiiz on 2011-08-13 23:25

โอยขำ ขำซงซึงฮยอนคนนี้ ก๊ากๆ ความคิดที่ฮาเว่อร์นั่นมันอะไรรรร อะไรรรร X)\\\'

แอบเขินนิดนึงด้วย ฮ่าๆ ที่นั่งรีเฟรชประมาณเก้าพันหกล้านรอยเพื่ออ่านฟิค (เว่อร์ไป?)

ขอบคุณที่อัพหลังสอบเสร็จ เพราะทางนี้ก็สอบเหมือนกัน TT <3
แอบตามฟิคมานานแล้ว เป็นแฟนคลับนะเนี่ย เอาเป็นว่าหลังจากนี้จะไม่แอบ
เพราะโดนจินพุ่งกระแทกใจไปเต็มๆ ก๊ากๆ

และแพร์ริ่ง .. อ๊า ซึงฮยอนอา หนูจะกินเด็กหรือลูก
หมั่นไส้คนฮันนี่มูนจริงๆเถอะ (มินจิน<3) เอาเป็นว่างานเข้าแล้วนะซงซึงฮยอน .

สู้เขานะผู้ชายแมนๆ
และไรท์เตอร์ด้วยนะ <3
ปล.ฮุนชินอันนั้นเราก็รอนะ X)\\\'

#1 By whitewhile (118.172.16.166) on 2011-08-10 22:36