凡的基.尔.提♡ View my profile

[Novel] twinkle

posted on 09 Aug 2011 19:46 by childen2shangri-la in novel
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 
Title: twinkle 
Genre: Novel, Romantic
Rate: PG
Story: ©2011Geeratii
...
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
 
 
 
 
I


ฉันทำงานพิเศษอยู่ในย่านที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันดี ที่นี่คึกคัก เป็นร้านไอศครีมแบบแฟชั่นที่ดูดีน่ารักและรสชาติก็ไม่เลว ไม่ถือว่าเลวน่ะนะ จริงๆแล้วมันก็แค่ แบบว่า เจลาโตทั่วๆไปที่มีเต็มพรืดตามท้องถนน ไม่ได้พิเศษอะไรเลย แต่ก็พอขายได้เพราะว่าทำเลดี

ตอนบ่ายวันเสาร์คุณเปิดประตูเข้ามา เสียงกระดิ่งกรุ้งกริ้งที่ถูกผูกไว้กับลูกบิดประตูออกเสียงเตือนให้พนักงานรับรู้ จากนั้นดูเหมือนว่าบรรยากาศก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามนั้นได้ถูกทำลายหายไปหมด คุณเป็นผู้ชายที่หล่อเหลาที่สุดในวันนี้ ไม่ใช่ เป็นลูกค้าที่หล่อเหลาที่สุดในอาทิตย์นี้ ไม่ ไม่ หล่อที่สุดภายในเดือนนี้ ภายในปีนี้ คุณเป็นลูกค้าที่ดูดีเป็นบ้า ดูดีที่สุดตั้งแต่ร้านนี้เปิดขึ้นมาเลยเหอะ !!!

มีเสียงสบถ แบบพยายามเก็บอารมณ์อย่างถึงที่สุดแล้ว เพื่อนพนักงานของฉันน่ะเธอเหมือนว่ากำลังจะตายไปแล้ว เอาแต่บ่นพึมพำ แล้วฉันก็จับประเด็นได้ตอนนั้น อ๋อ เข้าใจละ คุณเป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียง เป็นมือกีตาร์ของวงที่ฉันเคยบังเอิญฟังเพลงบ่อยๆด้วย เพลงที่ภายในร้านบังเอิญเปิด

คุณยิ้มให้ทุกคน

ท่าทางเหมือนกับว่าไม่ได้ตั้งใจจะโผล่หน้าเข้ามาดึงทุกความสนใจไปอยู่ที่คุณแบบนี้หรอก แต่ก็เข้ามาเสียแล้ว เพื่อนของฉันเธอตรงดิ่งเข้าไปบริการคุณ ประดั่งว่าคุณได้ตอบตกลงทำบัตรลูกค้าวีไอพีราคาแพงหูฉี่กับทางร้านเราเรียบร้อยแล้วในตอนนั้น

“เชิญที่โต๊ะด้านในเลยค่ะ”

เธอคะยั้นคะยอ ฉันน่ะอยากจะพูดแต่แรกแล้วว่า คุณดูเหมือนจะไม่ได้อยากนั่งอยู่ในนี้นานๆสักเท่าไหร่ อารมณ์ประมาณว่ารีบร้อนวิ่งหนีใครมาแล้วสุ่มร้านเห่ยๆข้างทางขึ้นมาเป็นที่ระวังภัยอะไรอย่างนั้น แต่เธอไม่สนนี่ สุดท้ายทุกคนดูพอใจดีเสียอีก สุดท้ายคุณก็นั่งลงแล้วตกลงสั่งไอศครีม

“พี่คะ ฉันน่ะซื้อซีดีของพี่ด้วย”
“อ่า”
“ฉันชอบพี่ที่สุดเลย เดี๋ยว เดี๋ยวก่อนนะ ฉันพกมันมาด้วยล่ะ พี่เซนต์ให้ฉันนะ”
“ได้ครับ”
“รักพี่ที่สุดเลย”
“ขอบคุณนะครับ”

เพื่อนฉันนี่เปรี้ยวเป็นบ้าเลย เธอได้ลายเซ็นศิลปินดังมาด้วย ในตอนนั้นถึงฉันจะยังไม่รู้จักมักจี่อะไรมากก็เถอะ เอาเข้าแล้วก็ดูน่าประทับใจชอบกล ฉันน่ะ ขอยืมซีดีเพลงของเธอกลับไปฟังด้วยวันนั้น ตามมาด้วยการถูกบอกปฏิเสธก็เพราะว่าเจ้าหล่อนน่ะหวงไอ้ตัวอักษรไม่กี่ตัวที่คุณเซนต์ลงไปบนแผ่นซีดีนั่นแทบเป็นแทบตาย แบบนี้จะไม่ให้เซ็งยังไงกัน


มันเป็นวันใกล้คริสมาตส์เข้ามาทุกที ทุกที่ล้วนสว่างสไว บรรยากาศในช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดเลย ในทุกๆปี ทุกๆที่ มีไฟเล็กๆประดับ ต้นสนต้นใหญ่ อะไรต่ออะไรต่างก็รื่นเริงแจ่มใส ฉันเดินผ่านที่ร้านซีดีวันนั้นแล้วก็แวะซื้อแผ่นแบบที่เหมือนกันกับของเพื่อนสนิทขึ้นมาหนึ่งแผ่น มีรูปของคุณอยู่ในนั้นด้วย ที่ตำแหน่งด้านซ้าย เป็นสุภาพบุรุษที่ดูแตกต่างไปจากตัวจริงอยู่เหมือนกัน ดูมั่นใจกว่า แรงกว่า แถมยังแต่งหน้า แล้วไหนจะท่าทางเข้าถึงได้ยากนั่นอีกล่ะ


มีไอศรีมอยู่บนโคนเคลือบช็อกโกแลตโคนสุดท้าย ซึ่งหักกระท่อนกระแท่น เป็นแบบที่จะเอาไปเสนอขายไม่ได้แล้ว เจ้าของร้านถึงได้ให้พนักงานกลับมา ฉันตักไอศครีมวานิลลาสีครีมหน้าตาน่ากิน 1 ลูกวางลงไป จากนั้นก็ ขอตัวกลับ

“เฮ้ย”
“ฉันขอโทษ !!!”

ฉันเป็นคนโง่เง่าเซ่อซ่า แล้วก็เป็นสถานการณ์เบสิกมาก เหมือนพระเอกนางเอกที่ออกแนวเฟี้ยวๆหน่อยเจอกันในหนัง แต่นี่อาจแตกต่างออกไป

ไอศครีมหกเลอะท่วมตัวเขาเลย บนเสื้อเชิ้ตซึ่งดูดีมากถูกทำลายย่อยยับด้วยฝีมือฉันเอง ฉันมันเป็นพวก ประเภทที่แบบว่าน่าทำลายล้างมากถึงมากที่สุด และจนวินาทีนั้นที่เขาหันกลับมา เขาก็คือคุณ

“อ๊ะ คุณ !!!”
“?!!”
“ฉันซื้อซีดีคุณกลับมาฟังด้วยนะ”
“อ่า ขอบคุณครับ”
“เพราะมากเลย ฉันชอบเพลงที่สาม”
“ก็ดีครับ แต่ว่า”
“?”
“ช่วยทำอะไรสักอย่างกับนี่ก่อนได้มั๊ย?”

คุณชี้ไปที่ครีมรสวานิลลาเหนียวเหนอะหนะที่อยู่บนเสื้อตัวเองนั้น

“โธ่ ฉันขอโทษษษษ !!!”

เราต้องเดินกลับไปที่ร้านกันอีกครั้ง จริงๆแล้วฉันเพิ่งจะเดินออกมาได้เพียงไม่กี่ช่วงตึกหรอก คุณเหมือนจะจำได้นะว่าเคยมาร้านไอศครีมของเรามาก่อน ฉันขอเสื้อผ้าสำรองจากพี่เจ้าของร้านมาให้คุณเปลี่ยน ใส่ไปพลางๆก่อน ยังไงคุณก็ดูหล่อดีอยู่แล้วล่ะ คุณเป็นดาราดังเชียวนะ

แล้วฉันก็ร้องขอโทษเป็นรอบที่สิบ หรืออาจจะมากกว่านั้น

“ช่างมันเถอะ”

รู้หรือป่าวเวลาที่ถูกพูดแบบนี้ใส่ ความสำนึกผิดจะยิ่งถาโถมเข้ามาซะมากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าเลยเหอะ

“คุณแน่ใจนะว่าไม่ให้ฉันเอาเสื้อตัวนั้นไปซักให้ ฉันขอโทษ ฉัน ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ !!!!”
“รู้แล้วครับ” คุณหัวเราะ

เราเดินออกมาแล้ว จากร้าน พร้อมๆกัน

“คุณเลิกพูดขอโทษได้แล้ว”
“ฮือ”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมต้องรีบไป”
“เฮ้ย เดี๋ยวก่อน”
“?”
“นี่ ขอโทษจริงๆ ไม่ใช่— ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นคือ คุณช่วยเซนต์ซีดีให้ฉันทีสิ !!!!”

คุณหัวเราะจะบ้าตาย ทำไงได้ล่ะ มันเป็นเรื่องปกตินี่นา แบบที่ว่า “ก็นายเป็นดารา ฉันจะต้องทำแบบนี้เหมือนคนอื่นเขานั้นแหละ” อะไรประมาณนั้น ฉันยื่นซีดีที่อยู่ในกระเป๋าให้ พร้อมปากกาสีดำ แล้วบอกว่าที่ตรงไหนก็ได้ เซนต์ๆให้หน่อย แล้วคุณก็เซนต์

“คุณชอบใครที่สุดในวง?”
“ฉันเหรอ?”
“อือ”
“ฉันชอบมือกลองอะ เขาเก่งดี แถมหน้าตาก็น่ารักด้วย”

คุณดูเหมือนอึ้งๆไป สองวินาทีหลังจากนั้นก็ขำกลิ้ง เหมือนกับว่านี่เป็นโจ้กที่ออกมาจากปากของตลกมืออาชีพก็เป็นไปได้

“นึกว่าจะตอบว่าผมนะ”
“อ๋อ อ๋อ โทษที ควรพูดแบบนั้นดิใช่มั๊ย”
“ปกติก็น่าจะโกหกหน่อยนึงน่ะ”
“เออ ฉันเป็นคนที่เสียมารยาทมากๆมาแต่ไหนแต่ไร ขนาดทำไอศครีมหกใส่คุณ แล้วยังหน้าด้านมาให้คุณเซนต์ซีดีให้ ถึงแบบนั้นพอคุณถามว่าฉันชอบใครฉันก็ยังบอกได้แบบโต้งๆเลยอะว่าชอบคนอื่น”

คุณขำจะเป็นจะตาย ขำไม่หยุด

“แล้วไลฟ์ที่จะมีวันคริสมาตส์นี้คุณจะไปหรือป่าว?”
“ฉันเหรอ?! เอ่อ ป่าวอะ”
“อ่า”
“โทษนะ ฉันเพิ่งลองฟังเพลงคุณดูเมื่อไม่นานนี้เอง ไม่ได้ตั้งใจเลย ฉันไม่ใช่แฟนคลับตัวจริงหรอก แต่เพื่อนฉันเธอไปดูนะ เธอว่าเธอจองได้บัตรแถวเกือบหน้าสุดด้วย”
คุณหัวเราะ “ทำไมคุณไม่ไปกับเธอล่ะ”
“คือฉันร้องเพลงของคุณได้ 10 เพลงจาก 150 เพลงอะ เชื่อมั๊ย”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า หยุดหัวเราะไม่ได้แล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า”
“เฮ่ย…”
“ตลกดี พูดตรงจริงๆ”
“ฉันไม่คิดจะเป็นแฟนคลับหรอก แบบว่าไงล่ะ ไม่ชอบ”
“ทำไม?”
“เป็นความรักแบบที่มองแล้วไม่เท่าเทียมกัน ถ้าฉันชอบคุณมาก และรักคุณมาก มากเท่าไหร่ก็จะไม่มีวันได้รับมันกลับมาจากคุณได้มากเท่านั้น ต่อให้ฉันไม่มีใครเลยในชีวิตนี้ รักคุณเท่านั้น แต่คุณเป็นดารา มันเอื้อมไม่ถึงหรอก คุณอยู่ห่างไกลเกินไป คุณไม่มีทางตอบรับความรักของฉันได้ แล้วบางที… มันก็คงเจ็บ”
“—”
“ฉันอาจไม่ถูกหรอก แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่จะคิดแบบนั้น”
“มีผู้คนมากมายมีความสุขกับการได้รักหรือแม้กระทั่งเพียงแค่การที่ได้มองเห็น ไม่ได้หวังอะไรทั้งนั้น ใครสักคนจะเป็นของเขาหรือเป็นของใครคนอื่น ต่างคนต่างทำให้สิ่งที่ตัวเองศรัทธาและทำได้ แบบนั้นพวกเขาจึงมีความรักอันยิ่งใหญ่”
“นายพูดคนละประเด็นกัน ในใจลึกๆของมนุษย์น่ะ ก็คาดหวังทั้งนั้นล่ะ เขาไม่เสียสละตัวเองโดยที่ไม่ต้องการที่จะเป็นเจ้าของนายหรอก ดูอย่างเพื่อนฉันสิ เธอพูดเรื่องเดิมๆทุกวัน ว่าสักวันจะจับนายมาขังกรงแล้วทำให้นายกลายเป็นของหล่อนคนเดียว”
คุณดูเหมือนจะหัวเราะ
“เห็นไหม... ถ้ารักมากเกินไปจะทำยังไง”
“คุณก็ต้องลองดู”
“ฉันมีแต่เสียกับเสีย”
“ก็ลองดูสิ”
“เซนต์เสร็จแล้วก็เอาคืนมาเถอะ”

คุณยิ้มให้ฉัน สดใสและสว่างสไว พวกดาราก็แบบนี้แหละ เป็นสเน่ห์ในแบบที่หาจากคนทั่วไปไม่ได้ เพราะแบบนี้มั้งถึงได้พิเศษ ฉันยิ้มตอบแล้วก็ขอตัวกลับ เราแยกจากกันตรงนั้น ไฟคริสมาตส์กระพริบอยู่ริมทาง เป็นแสงสว่างที่ระยิบระยับ เหมือนดวงดาว


II


ฉันฟังแทรกที่สามซ้ำอยู่อย่างนั้น ตลอดบ่ายวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุด บางทีก็เกิดความคิดแย่ๆขึ้นมาว่าถ้าเกิดได้ฟังมันจากการเล่นจริงๆที่ไม่ได้ผ่านแผ่นซีดีแบบนี้จะดีแค่ไหน วันคริสมาตส์ใกล้เข้ามาแล้ว

ฉันตะโกนเสียงดัง ถามเพื่อนสนิทว่าเธอกำลังทำอะไร

“เธอบ้าไปแล้วแน่ๆ ชัวว์เลย เลิกทำแบบนี้แล้วไปขอโทษหัวหน้าซะ จากนั้นก็กลับมาทำงานเหมือนเดิม”
“ฉันลาออกแล้ว ฉันไม่มีวันมาทำงานในร้านไอศกรีมเห่ยๆในวันคริสมาสต์นี่หรอกนะ”
“โธ่ แค่วันๆเดียว”
“ฉันต้องไปดูคอนเสิร์ตของ Pine tree”
“เธอบ้าไปแล้ว”
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตตรงไหนเลย ที่ฉันทำงานพิเศษก็เพื่อเอาเงินพวกนั้นไปซื้อบัตรคอนเสิร์ตนี่ล่ะ แล้วตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อย ถึงฉันจะลาออกก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย”
“มันสำคัญบ้าบออะไรขนาดนั้นเชียว เธอเป็นโรคประสาทไปแล้วไงล่ะ”
“เธอไม่เข้าใจ !!!!”
“ก็ไม่เข้าใจน่ะสิ !!!!”

สรุปว่าฉันต้องทำงานควบ 2 กะในวันคริสมาตส์ก็เพราะว่าหล่อนนี่ล่ะ ฉันไม่เข้าใจจริงๆนั่นแหละ แล้วก็ไม่อยากเข้าใจด้วยมั้ง ฉันแค่สงสัยว่าความสุขที่ได้รับน่ะมันเป็นประเภทไหนกัน หรือว่าฉันโง่เกินไปก็ไม่รู้สิ


ที่ข้างๆกันกับร้านของชำขนาดใหญ่เป็นร้านเครื่องดนตรี ที่นั่นก็ถูกปะดับประดาไปด้วยดวงไฟหลากสีเหมือนกันกับที่อื่นๆ เพื่อที่จะให้เข้ากับเทศกาลที่กำลังจะมาถึง ฉันกำลังเลือกไฟแบบที่สวยๆสักสองสามเส้นเพื่อที่จะเอาไปประดับต้นคริสมาตส์ของตัวเองที่ตั้งอยู่กลางห้อง

มีกีตาร์ตั้งมากมายในนั้น เบส กลอง แล้วก็อื่นๆ มองข้ามผนังกระจกใสเข้าไปมีคนกระจัดกระจายอยู่เพียงไม่กี่กลุ่ม

ที่ด้านนอกนั้นเปิดเพลงที่ฉันคุ้นเคย มันเป็นเพลงของPine tree แทรกที่สามด้วย แล้วน่าประหลาดตรงที่เหมือนกับว่ามันจะทำให้ใจฉันเต้นแรงและเร็วขึ้นมานิดหน่อย ฉันยิ้มออกมาด้วยแบบไร้สาเหตุ

ฉันเปิดทีวีและมองเห็นคุณอยู่ในนั้น มีเพลงที่ฉันชอบฟังและทั้งหมดนั่นทำให้ฉันยิ้มได้ เวลาที่คนเรารู้สึกดีต่อกับอะไรบางอย่าง เราก็จะไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้น เราอยากรู้จักเขา อยากเข้าใกล้ และสัมผัส นั่นคือเรื่องที่ฉันพยายามหนีออกมาโดยตลอด

แต่ทุกวันดูเหมือนว่าจะถูกบั่นทอนให้สั้นลงเพียงเพราะเรื่องของคุณ ฉันไม่รู้ว่ามากมายเท่าไหร่ ใช้เวลาไปแค่ไหน กว่าครึ่งหรือค่อนแต่เพียงไม่นานบรรดาซีดีเพลงที่มีคุณอยู่บนหน้าปกฝั่งซ้ายแบบนั้นก็กองรวมกันอยู่เต็มพื้นที่ห้อง ก็ตลกดี ฉันที่ไม่เข้าใจอะไรเลย ยังมีความสุขได้กับเรื่องเล็กๆน้อยๆแค่นี้ แค่ได้ยินเสียงคุณ เพลงของคุณ และนึกถึงคุณ


ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันถึงได้ลาออก ที่ร้านคงจะเสียหายย่อยยับ พนักงานขาดแคลน ในวันพิเศษ ในเทศกาลที่แน่นอนว่าจะต้องมีผู้คนเร่เข้ามาหนักกว่าเก่า แล้วก็เธอช่วยฉันได้มากทีเดียว เพื่อนสนิทของฉัน ที่ถึงแม้ว่าบัตรที่หามาได้ในวินาทีสุดท้ายนั้นจะไม่ใช่ที่ที่ดีเอาเสียเลยทั้งๆที่ราคาแพงหูฉี่ แต่ฉันก็โอเค สรุปได้ว่าฉันลาออกจากงานเพื่อที่จะมาดูคอนเสิร์ตวันคริสมาตส์ของวง Pine tree

นี่งี่เง่าที่สุดในชีวิตเลย

แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตที่ได้ตัดสินใจทำอยู่ด้วยเหมือนกัน


III


คุณยิ้มให้ฉัน เหมือนในวันนั้น เพียงแต่ว่ามันก็เป็นรอยยิ้มที่มอบให้คนอื่นด้วยเช่นกันและฉันก็ไม่ได้รู้สึกเศร้าใจอะไรหรอกนะ ในงานแจกลายเซ็นอัลบัมใหม่ มีแฟนคลับอยู่หลายพันคน

ที่หน้าปกซีดีซึ่งดูแปลกตานั้น คุณเขียนตัวอักษร 2-3 ตัวลงไป เป็นอะไรที่ฉันคุ้นเคยไปเสียแล้ว ฉันบอกขอบคุณและในตอนสุดท้ายทั้งหมดนี้ให้คุณ เป็นเรื่องราวของเราที่ถูกบรรจงเขียน มันช่างเล็กน้อยกระจิดริดและคุณอาจจะจำมันไม่ได้ แต่มันสำคัญและเป็นจุดเปลี่ยนแปลงในตัวฉัน เรียบเรียงตั้งแต่ต้นจนจบและพับเก็บลงไปในซองจดหมาย

ในตอนแรก ทุกอย่างต้องเริ่มต้นที่ศูนย์อยู่แล้ว และเมื่อเราพบกัน เรื่องราวก็จะค่อยๆถูกก่อขึ้น ไม่รีบร้อนฉับพลัน แต่เกิดเป็นความรักทีละเล็กทีละน้อยในแบบของมัน ไม่เท่าเทียมกันเอาเสียเลย ฉันมีแต่เสียกับเสีย แต่อย่างไรนั้นมันก็เป็นความรักในแบบของเรา เป็นแสงสว่างจุดเล็กๆที่กระพริบระยิบระยับ เหมือนดวงดาว ในตัวฉันเอง


IV


ฉันทำงานพิเศษอยู่ที่ร้านอาหารจีน นี่บ้าบอมากๆเลย เกลียดกลิ่นของมันในบางที แต่ว่าก็ไม่มีหน้าจะกลับไปทำอยู่ที่ที่เดิมได้ ส่วนเพื่อนฉันเธอก็ระเห็จระเหเร่ร่อนทำอยู่หลายอย่างทีเดียว หนักกว่าฉันอีก

ตอนที่เดินกลับบ้านจะมีกลิ่นแปลกๆติดอยู่ที่ตัวฉัน ถ้าคิดในแง่ตลกมันก็ตลกอยู่อะนะ เวลาที่เดินผ่านใครก็มักจะถูกทักทุกที ปกติเลิกงานแล้วฉันจะรีบบึ่งกลับห้องเลย ไม่แวะสุงสิงกับใครที่ไหน

“คุณทำงานอยู่ที่นี่เหรอ?”
“ห๊ะ?”

ฉันจงใจร้องออกไปแบบนั้นแหละ พอเห็นว่าเป็นคุณก็ยักไหล่ทีนึงอย่างเอือมๆแล้วตอบ

“ช่าย~ นี่งานใหม่ฉันเอง”

คุณหัวเราะ

“เหมาะดี”
ฉันเลยมีท่าทีหัวเสียจากประโยคนั้น “ตรงไหนไม่ทราบ”
“คิดว่าคุณจะชอบทำงานที่ร้านไอศครีมซะอีก”
“ก็ฉันลาออกมาแล้วนี่ เมื่อคริสมาตส์ที่ผ่านมา”

คุณเหมือนจะยิ้ม

“คอนเสิร์ตสนุกมั๊ย?”
“มากๆ”

และหัวเราะ

“แล้วจนถึงตอนนี้คุณชอบใครที่สุดในวง”

ฉันหัวเราะบ้าง ทำท่าเหมือนใช้คิดอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจตอบ

“น่าจะเป็นมือกีตาร์นะ...”

จริงๆเลย ไม่ได้โกหก








Comment

Comment:

Tweet