凡的基.尔.提♡ View my profile

[SF.] Red thread, We've fallen for us by another destiny.

posted on 05 Jul 2011 16:04 by childen2shangri-la in short-fiction
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 

Title: Red thread, We've fallen for us by another destiny.
Paring: Jonghun x Jungshin
Genre: Phone novel, Short fiction, AU, Romantic
Rate: PG
Story: ©2011Geeratii
Credit: JiNNiEFoNE@FTIsland Thailand
Trans: 1takeKK&rocketDIARY@LoveFT-I.co.nr(Eng) + shinizzle@FTIsland Thailand(Thai)
BGM: 첫눈에 알아(I knew from first sight) – FTISLAND

Note: -
.
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
.
.
.
.
.
I know love from first sight.
Like I ran for a long dash.
The feeling of a pounding heart as if its going to explode.


ผมรู้จักความรักแรกพบ / มันเหมือนผมวิ่งแข่งระยะไกล
ความรู้สึกของใจที่เต้นแรงเหมือนจะระเบิด /



เขาไม่แน่ใจนักกับความรู้สึกแท้จริงที่มีต่อเรื่องราวตรงหน้า เป็นความรู้สึกที่ค่อนเทไปในทางที่ไม่เห็นดีด้วย ทว่ากลับปฏิเสธไม่ได้ / ช่วงเวลากำลังดำเนินไปอย่างเชื่องช้าผิดปกติ ท่ามกลางผู้คนนับร้อยพันเต็มห้องโถงใหญ่กลางงานประกาศรางวัลศิลปะเยาวชนระดับชาติ เสียงซุบซิบจอแจ อื้ออึงเต็มกลบแทบทุกประสาทสัมผัส / ชเว จงฮุนแค่นหัวเราะ /

เขาเดาะลิ้นจนเกิดเสียงเบาๆเพียงแค่ตัวเองคนเดียวได้ยิน ก่อนที่ความเย้ยหยันทั้งหมดจะตกไปอยู่ที่คนรอบด้าน / ทั้งหมดทั้งมวลนี้ / น่าขำ / ตลกราวกับละครเวทีอย่างนั้นล่ะ / ชายคนหนึ่งท่าทางดูดี แต่งชุดสูทหรูหราและในมือถือไวท์สีวนิลาสวยใส ยกมันขึ้นไว้พร้อมทั้งคุยโอ่อ่า / ขณะเดียวกันอีกมุมหนึ่ง หญิงสาววัยรุ่นในชุดออกงานสั้นดูทันสมัย ริมฝีปากฉาบไว้ด้วยลิปสลิกกลอสสีนู้ดแวววาว / ใครๆต่างก็ไม่มีเหตุผลใดๆทั้งนั้นล่ะ ที่จะต้องมาร่วมงานนี้ / ทุกคนไม่รู้เรื่องศิลปะ และไม่ได้สนใจศิลปะ / และพวกเขาไม่ได้ต้องการศิลปะ / เรื่องราวทั้งหมดนั้น ตั้งอยู่บนฉากหลังและเหตุผลยิ่งใหญ่เพียงเรื่องเดียวนั่นคือ สังคม / เขาเกลียดที่สุด /


หล่อนกำลังเอ่ยมันออกมาด้วยน้ำเสียงที่ถูกบีบให้เล็กแหลมลงเกินกว่าที่เคยเป็น / ด้วยริมฝีปากอิ่มสีลิปสติกแดงจัดนั้น / เป็นเวลาในชั่วขณะเดียวกัน กับที่เขารู้สึกได้ว่าร่างกายกำลังต่อต้านความคิดเย่อหยิ่งภายในหัว / ความรู้สึกของใจที่เต้นแรงเหมือนจะระเบิด / ตื่นเต้น / และคาดหวัง / ทั้งที่ทุกการกระทำพยายามแสดงออกแล้วว่าเขาไม่ได้สนใจหรือต้องการมัน ยิ่งเป็นแบบนั้นมากเท่าไหร่ / ยิ่งย้ำชัดให้รู้ว่าใจจริงๆนั้นผกผันมากขึ้นเท่านั้น / หล่อนพูด / เป็นชื่อรางวัลยาวเหยียดในงานสาขาของเขา / ศิลปะ / ที่เรียกว่า ภาพวาด / และในตอนนี้ไม่ว่าสิ่งใดก็ไม่สำคัญแล้วทั้งนั้น / ถ้าเพียงแค่หล่อนจะพูดมันออกมา / ชื่อของเขา / "รางวัลชนะเลิศ" / ชเว จงฮุน... / "ประจำปีนี้" / พูดสิ / "ขอแสดงความยินดีกับ..." / ชเว จงฮุนยังไงล่ะ /

"!@#$$%%^&*" /


ไม่ใช่ชื่อของเขา / ไม่แม้แต่จะรู้สึกคุ้นชินสักนิดเลยด้วยซ้ำ /
จงฮุนหลับตาลงช้าๆ พยายามเก็บกดความรู้สึก /


I know love from first sight.
Like lightning striking that tree.
My whole body tingles, I lose control.


ผมรู้จักความรักแรกพบ / เหมือนสายฟ้าฟาดลงมายังต้นไม้ใหญ่ / เสียวซ่านไปทั้งร่างกาย / ควบคุมตัวเองไม่ได้


/


"ชเว จงฮุน" / เขาไม่ได้หันหน้ากลับไปมองตามเสียงเรียกนั้น จนกระทั่งมันดังขึ้นซ้ำอีกครั้ง เกิดเป็นกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ / ชายหนุ่มวัยกลางคนผู้ซึ่งเป็นที่รู้จักคุ้นเคยดี จงฮุนพยายามแยกยิ้มให้และมารู้สึกเอาในตอนท้ายว่าตัวเองทำไม่ได้ / เขาวางกล่องกระดาษที่บรรจุเอาอุปกรณ์ศิลปะจำพวกหนึ่งเอาไว้ อันที่จริงแล้วมันมีด้วยกันถึง 3 ใบตั้งซ้อนกันอยู่ ดูไม่น่าเป็นไปได้เลยที่จะเดินผ่านถนนเส้นวุ่นวายกลางมหาลัยชื่อดังนี้ไปถึงยังจุดหมายปลายทางได้สมบูรณ์ก่อน โดยที่จะไม่เกิดอุบัติเหตุ / คนสูงวัยกว่าเดินสาวเท้าเร่งเข้ามา / กระดานบอร์ดไม้สำหรับรองกระดาษในชั่วโมงวาดภาพถูกยกขึ้นชี้หน้า เหมือนกับว่าจะเอาเรื่องเขาเสียให้ได้ / "ทำไมไม่เข้าdrawing!" อาจารย์ / อาจารย์พูดอยู่กับเขา น้ำเสียงฮึดฮัดฟึดฟัดขึ้นจมูก / แม้ว่าคำตอบในใจนั้นน่าจะเห็นได้ง่ายๆอยู่แล้ว แต่ก็ไม่มีเหตุผลดีๆสักข้อเลยที่เขาจะเลือกขึ้นมาตอบ / นี่มัน / ไม่มีเหตุผล / ไม่มี / เป็นเรื่องแบบที่ไม่-มี-เหตุ-ผล /


"ผม" / หยุดลงราวเสี้ยววินาที / "กำลังวุ่นๆอยู่กับโมเดลน่ะครับ" / อาจารย์ / เขาดูไม่ได้จะหงุดหงิดหรือโมโหมากขึ้นมาเลยกับคำตอบที่ฟังดูเหลวไหลไปคนละทิศคนละทางอย่างนั้น ชั่วโมงdrawingก็ใช่ว่าสมควรจะเอาไปใช้อยู่กับการทำโมเดลซึ่งเป็นวิชาอื่นอยู่หรอก / และไอ้การที่อาจารย์สอนdrawing / ลงมาตามตัวศิษย์คนโปรด / ไม่มีเหตุผลที่ต้องทำแบบนั้นเลย / ชายสูงอายุถอนลมหายใจ แววตาของเขาอ่อนลงในขณะที่พูดกับลูกศิษย์ด้วยน้ำเสียงเปลี่ยนไป เป็นจนเกือบที่จะเรียกได้ว่าเนิบนาบ / "แค่ครั้งเดียว" เขาหยุดหายใจก่อน "เหลวแค่ครั้งเดียวก็เลิกล้มแล้วหรือไงไอ้ลูกหมาเอ้ย" / จงฮุนไม่ได้ยิ้มออกมา แม้ว่าผู้ใหญ่ตรงหน้าจะกำลังส่งรอยยิ้มจริงใจมาให้เขา / บอร์ดถูกยกขึ้นกระแทกลงเบาๆที่กลางศีรษะ ก่อนคำกล่าวลา จงฮุนรู้ว่าที่อาจารย์พูดนั่นหมายถึงอะไร และก็เป็นคำตอบที่ถูก / ที่เขาคิดจะเลิกเรียนภาพวาด / ก็ด้วยความผิดหวังที่สุดในชีวิตครั้งนั้น / รางวัลไม่ใช่ของเขา ถึงแม้ว่าสำหรับตัวเขาเองแล้ว อย่างสัตย์จริงก็คือ เขาควรที่จะได้รับมัน / สังคมก็ผิดเพี้ยนอย่างนี้ / ความดีถึงได้ตกอยู่ผิดทางผิดที่ แม้แต่คนที่ได้รับรางวัลศิลปะในงานใหญ่โต ก็ยังจะเป็นประเภทที่แค่ใช้ศิลปะบังหน้าเพื่อหาผลประโยชน์ในสังคม ดูออกง่ายปานนั้น และเขาก็พ่ายแพ้ต่อมันสิ้นเชิง / "ค่อยๆคิดให้ดีๆแล้วกัน" คนที่โตกว่ายังคงพูด จงฮุนไม่ได้สบตากับผู้เป็นอาจารย์เลยแม้แต่น้อย จะบอกว่าละอายใจได้หรือป่าว แต่ก็อาจจะไม่ใช่เสียทีเดียวหรอก / "จะพยายามต่อไปหรือทิ้งมันไป / "ถ้าตัดสินใจ จากหัวใจจริงๆได้ อย่างน้อยก็คงจะไม่มานั่งเสียใจทีหลัง / "วันนี้ยกให้ แต่คาบหน้า ห้ามขาด เข้าใจ๊?" / เขาไม่ได้ตอบ ผู้เป็นอาจารย์ได้แต่แยกยิ้ม หันหลังกลับและเดินลับมุมตึกไป


/


กล่องกระดาษทั้งสามใบถูกดึงเข้ามาไว้ภายในอ้อมแขน / อีกครั้ง / เขาเดินไปตามทางตรงเพื่อที่จะได้ข้ามไปยังตึกเรียนอีกตึก / ผ่านสัญญาณไฟจราจรสีเขียว แดง และเหลือง / หยุดรอเพื่อให้รถวิ่งจนกระทั่งเวลาหมด / สัญญาณไฟเปลี่ยน และก้าวข้าม


/


I know love from first sight.
Like I ran for a long dash.


ผมรู้จักความรักแรกพบ มันเหมือนผมวิ่งแข่งระยะไกล /


กล่องทั้งสามใบถูกทำให้ล่วงหล่นลงไป เมื่อก้าวสุดท้ายพ้นเส้นสีดำขาวไปแค่ได้เพียงเสี้ยววินาทีหนึ่ง / เหมือนถูกกระชากดึงด้วยอะไรบางอย่าง / เส้นเชือก / ไหม / หรืออะไรก็ตามแต่ / รู้ตัวอีกทีจงฮุนก็ลงไปล้มลุกคลุกคลานอยู่กับพื้นถนน ข้าวของทุกอย่างร่วงหล่นและกระจัดกระจายไปทั่ว / นั่นยังไม่แย่เท่ากับการที่มีใครอีกคนที่น่าจะเป็นต้นตอของอุบัติเหตุน่าหัวเสียนี้ถูกดึงติดมากับตัวเขาด้วย / ถูกกระชาก / ใช่ / ดึง / สะดุดพันด้วยอะไรบางอย่างที่ติดมากับตัวของอีกคนเองนั่นแหละ / เขาสบถ "อะไรของนาย!" /

มันเป็นวันปกติ ที่อารมณ์ของเขาค่อนข้างที่จะไม่ปกติ และแน่นอนว่าเหตุการณ์แย่ๆนั้นก็มักจะระรัวเกิดใกล้ๆกันเฉพาะในวันแบบนั้น / วันที่มีความรู้สึกว่าหยุดเถอะ พอแล้ว อยากพักผ่อน / แล้วโชคร้าย / ก็จะรุมล้อมกันเข้ามาจัดการคุณ / ชเว จงฮุนคิดอย่างนั้น / จนกระทั่งคนที่ค่อมทับอยู่บนร่างของเขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากันเป็นครั้งแรก


/


น่าขำ /

เหมือนละครเวทีตลกๆ ที่มีเขาเองแสดงเป็นตัวเอก /

The feeling of a pounding heart as if its going to explode.

ความรู้สึกของใจที่เต้นแรงเหมือนจะระเบิด /

อีกฝ่ายรีบออกเสียงพูด "ขอโทษครับ!" จากนั้นจึงรีบผุดลุกขึ้น รนรานไปทั่ว / เขากัดเข้าที่ริมฝีปากล่างอย่างชั่งใจ / ลุกตามคนที่ยังนั่งชันเข่าทำตัวไม่ถูกมองดูเขาอยู่ที่พื้นตรงหน้านี้ขึ้นไป / ด้วยปฏิกิริยาจากอะไรก็ตามบางอย่างตอนนั้น ถึึงได้โผล่งออกไปด้วยน้ำเสียงติดจะแย่ทีเดียว / อีกครั้ง เขาถามออกไปคำเดียวว่า "นี่มันอะไร?" /

แต่ไม่มีอะไร / มันไม่มีอะไร / ใครอีกคนหนึ่งแสดงสีหน้ากลับมา บอกเป็นทำนองว่าอย่างนั้น ทว่าในแววตายังคงเต็มไปด้วยความงุนงงสงสัยที่มากพอๆกัน เด็กหนุ่มพูดขึ้น / "เชือก... คุณเห็นหรือป่าวครับ?" / อ่อ ใช่แล้ว เชือกประสาทที่ว่านั่น / จงฮุนก้มลงมองหา แน่นอนว่าไม่มีเชือกอะไรพันนั้นอยู่ / เขากลืนน้ำลายอึกหนึ่งลงคอก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ผิดไปจากปกติน้อยมากจนแทบที่จะไม่แปลกไปเลย ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ "เชือกอะไรของนาย ทำไม?" / เด็กหนุ่มตอบว่า "ไม่ครับ ผมคิดว่ามันมาจากตัวคุณ" / "ฉันนี่นะ!" / "ครับ ตอนที่เราเดินสวนกันแล้วมันก็คงจะพันเข้ามากับข้อมือผม จากนั้นเราก็..." / ล้ม / เขาเก็บคำว่าล้มเอาไว้ ตามมาด้วยแววตาอันเต็มไปด้วยความสงสัยที่ไม่ได้ลดน้อยลงเลยของชเว จงฮุน / "อย่ามาตลก ฉันสิที่ต้องพูดแบบนั้น ตอนที่เราเดินสวนกัน มือก็พันเข้ากับอะไรสักอย่าง... ที่มาจากนาย ไอ้เชือกบ้าอะไรนั่นมันเป็นของนาย" /

... /

เงียบกันไปพักใหญ่ / ทั้งคู่พยายามมองหาถึงต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายที่ว่านั้น ทว่า ไม่มีของพันนั้น / เชือก / ไม่มี / ไม่มีจริงๆ ไม่แม้แต่ไหมสักเส้น / อะไรกัน / อีกฝ่ายถึงกับหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ เขาพยายามกล่าวขอโทษคนที่ดูเหมือนว่าจะโกรธอย่างเอาจริงเอาจัง "ผม... คงเข้าใจอะไรผิด คือ ขอโทษนะครับ" / จงฮุนไม่ได้ว่าอะไรตอบ ครู่หนึ่งเขาจึงลุกขึ้นยืน กวาดสายตามองข้าวของมากมายที่กระจัดกระจายอยู่โดยรอบ / “เรื่องนั้นช่างมันเถอะ นายช่วยฉันเก็บของพวกนี้ให้หมดก็พอ” / เรียกรอยยิ้มน่ารักจากคนที่ใจเสียไปแล้วขึ้นมาได้มากโข / คนที่ดูเหมือนว่าจะอายุน้อยกว่าตั้งท่าจะลุกขึ้นมา ก่อนหน้านั้น มือใหญ่โตของอีกคนก็ถูกส่งลงมารอการตอบรับ / แม้จะเขินอาย แต่เขาก็ไม่อาจปฏิเสธน้ำใจ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นจับ และยอมให้อีกฝ่ายรั้งตัวเองเพื่อยืนกลับขึ้นไป / ในตอนนั้น

/

ไม่ได้มั่นใจไปเสียทั้งหมด / เป็นเรื่องที่ไม่สามารพูดออกมาได้อย่างเต็มปากอยู่แล้ว / แต่ว่า /

จงฮุนคิดว่าเขาตกหลุมรัก


/


“เรียบร้อยแล้วครับ” /

“คุณครับ?” / “หืม??” / “ของทั้งหมดของคุณ ผมเก็บให้เรียบร้อยแล้ว” /

เขาเป็นคนที่น่ารัก / ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบเห็น คุณเองก็ยังอาจที่จะพูดออกมาได้อย่างจริงใจเลยว่าเขาเป็นเด็กผู้ชายแบบนั้น / ตัวสูง ผอมเพรียว ผิวขาว / บนในหน้าเรียวยาวที่ล้อมให้เป็นโครงรูปไว้ด้วยเส้นผมสวยสีน้ำตาลสว่าง เข้ากันได้ดีกับทุกอย่าง จมูกโด่ง ดวงตากลม ริมฝีปากอิ่มสีจัด / ถ้าการจับจ้องอยู่ที่ใครสักคนหนึ่งที่เพิ่งจะเคยได้พบเจอกันเป็นครั้งแรก หรือว่าพูดตามตรงคือ นี่ไม่ได้นับว่าเป็นคนรู้จักกันด้วยซ้ำนั้นเป็นการเสียมารยาท / เขาก็จะยอมหลีกเลี่ยงมัน / แต่ / ในกรณีที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของการเริ่มต้นแบบนั้น / บางทีแล้วคนที่เต็มไปด้วยทิฐิและเย่อหยิ่งไม่เคยก้มหัวให้ใครเลยมาก่อนอย่างเขา / เดาได้ว่าอาจจะต้องมาหมดรูปเอา เพราะต้องการยืดเวลาที่จะได้อยู่ใกล้อีกฝ่ายและคาดหวังว่าจะรู้เรื่องของคนตรงหน้าได้ / จงฮุนละล่ำละลัก /

“ขอบใจ” เขาบอก / ตอนนี้ทุกอย่างถูกจับมาใส่รวมเข้าไว้ อยู่ในกล่องกระดาษทั้งสามใบตามที่มันเคยอยู่ได้เรียบร้อยเหมือนเดิม ครบทุกประการแล้ว / คนที่รีบช่วยอย่างกระตือรือร้นถึงกับยิ้มกว้าง เขาบอกไม่เป็นไร และขอโทษขอโพยเรื่องที่ทำให้ต้องเสียเวลานี้อีกครั้ง แต่จงฮุนพูดว่าให้ลืมเรื่องบ้าๆนั่นไปซะ / “แล้วนายกำลังจะไปไหน?” / อีกฝ่ายเลิกคิ้ว มาคิดได้ก็สายไปว่าคงไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องถาม เขารีบพูดต่อ “นาย— ไม่คุ้นหน้า ไม่ใช่คนในคณะนี้?” / คนน่ารักหยักหน้า เขามีท่าทางกังวลใจขึ้นมาเล็กน้อย “คือผมกำลังจะไปที่ตึก C แต่เดินหาตั้งนานแล้ว ก็หาไม่เจอสักที” / จงฮุนเลิกคิ้ว “ตึก C อยู่ฝั่งนี้ นายจะข้ามไปทำไม” / “เอ๊ะ จริงเหรอครับ?!” / ก็ใช่น่ะสิ ฝั่งนู้นเป็น A กับ B” / “งั้นเหรอครับ ขอบคุณคุณมากเลย เกือบแย่แล้ว!” / “ถ้าจะไปล่ะก็ถือกล่องใบนั้นไปด้วยก็แล้วกัน ฉันก็กำลังจะไปที่นั่นอยู่พอดี” /

Should I send it through a light play on words.
Will I be able to grab her heart with a sincere face.


ผมจะสามารถส่งมัน ผ่านถ้อยคำยุ่งยากพวกนี้ได้ไหม? /
ผมจะสามารถมัดใจเขาได้ไหม? /



“ผมชื่ออี จองชินครับ” เขาเป็นฝ่ายเริ่มพูดขึ้นมาก่อน ในอ้อมกอดยังคงเต็มไปด้วยกล่องขนาดใหญ่ ที่แม้จะมีเพียงแค่กล่องเดียวและเป็นใบที่เบาที่สุด ทว่าก็ยังคงทำให้อัตราความเร็วไปการเดินไปข้างหน้าของคนถือลดลงอยู่ดี / จงฮุนพยักหน้า ไม่ได้ว่าอะไร / “ผมอยู่ปี 1 น่ะครับ คณะนิเทศศาสตร์ แล้วคุณ…” / “ชเว จงฮุน” / “คุณเรียนอยู่ที่คณะนี้เหรอครับ?” / “ใช่ ฉันอยู่ปีสุดท้ายแล้ว” / อี จองชินดูจะตกใจเล็กน้อย รอยยิ้มน่ารักนั้นจางหายลงไปนิดหน่อย แต่ก็เพียงแค่นิดหน่อย เขาพูดขึ้นมา พยายามใช้ถ้อยคำที่ดูสุภาพและระมัดระวังมากขึ้นไปอีก “ผม… ผมขอโทษนะครับ ไม่รู้ว่าพี่… คุณเป็นรุ่นพี่” / จงฮุนถึงกับหลุดยิ้ม “ฉันไม่ถือเรื่องแบบนั้นหรอก พูดแบบปกติเถอะ” / “ขอบคุณครับ” / “แล้วนายมาทำอะไรที่นี่?” / “ผมเหรอครับ?!” / “ก็นายน่ะสิ ไม่ได้อยู่คณะนี้แล้วมาทำอะไร?” / อีกฝ่ายฉีกยิ้มสดใส “ผมมาเป็นแบบวาดภาพ ในช่วงโมงdrawingของอาจารย์อีน่ะครับ” /

และดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ / ชั้นเรียนของเขาเอง / ในนั้น มองแต่ไกลๆก็พอจะรู้ได้ ใบหน้าและซุ่มเสียงของเพื่อนฝูงที่จงฮุนรู้จักดี / แน่นอน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้มาเหยียบที่นี่นานสักพักหนึ่งแล้วก็เถอะ / ชั้นเรียนdrawing /

“ฉันส่งแค่นี้แล้วกัน เอากล่องนั่นมา”/ จองชินหลุดเสียงอุทาน “เอ๊ะ?” ออกมา แต่สุดท้ายก็ยอมยกกล่องในอ้อมแขนขึ้นไปวางซ้อนทับกับกล่องอีกสองใบบนมือของอีกฝ่ายโดยดี เขาถาม / “คุณบอกว่าจะมาที่ตึกนี้ไม่ใช่เหรอครับ” / จงฮุนพยักหน้า “อืม แค่ตึกใกล้ๆนี้น่ะ ไม่ใช่ตึกนี้ แค่ทางเดียวกัน” / คนเป็นน้องดูจะผิดหวัง แต่ก็ยอมกล่าวคำขอบคุณพร้อมทั้งคำลาในท้ายที่สุด


/


เขาไม่ได้มีเรื่องอะไรให้คิดมากมาย แต่ก็ไม่ได้ถึงกับจะเรียกได้ว่าว่างป่าว พอทีจะเอาเวลาที่มีอยู่ไปนึกถึงใบหน้าหวานของคนที่เพิ่งจะได้รู้จักกันไม่นานอย่างนี้ / อย่างนี้อย่างนั้นก็เถอะ แต่ชเว จงฮุนก็กำลังเผชิญกับสถานการณ์ประมาณนั้นอยู่ / หลายครั้งที่รู้สึกว่ามันไม่เข้าท่าเลย แต่ว่าเขากลับไม่กล้าปฏิเสธว่าไม่คิดถึง / อย่างไร้ซึ่งเหตุผลจริงๆ / ทำไมกันเล่า / อี จองชิน /

“พี่จงฮุนใช่ไหมครับ!” คนที่นั่งเหม่อลอยอยู่ถึงกับสะดุ้ง จองชินในความคิด ตอนนี้กลับกลายเป็นความจริง มีตัวตนที่ซึ่งสัมผัสได้ต่อหน้าเขาเข้าเสียแล้ว / จงฮุนพยายามควบคุมสติ แม้ว่าจะยอมรับว่าตกใจจนแทบทำอะไรไม่ถูกก็ตามที / อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ / “คิดแล้วว่าต้องเป็นพี่จริงๆด้วย กำลังทำอะไรอยู่เหรอครับ?” / เขาเอ่อๆอ่าๆกลับไป ครู่หนึ่งจนรวบรวมสติได้ ก็กลายเป็นว่าพยายามทำตัวให้ดูน่าเชื่อถือเหมือนก่อนขึ้นมาเสียเฉยๆ / จะพูดว่าวางมาดก็ไม่ผิดหรอก / เขายกอุปกรณ์อะไรต่างๆนาๆขึ้นมา สื่อให้รู้ว่ากำลังหมกมุ่นอยู่กับงานเป็นคำตอบ / “โอโห” อีกฝ่ายตาโต มองดูชิ้นงานแปลกประหลาดทั้งหลายแหล่ทั้งบนโต้ะด้านหน้าและภายในห้องด้วยแววตาเป็นประกายระยับอย่างคนที่ไม่เคยเห็น / “สวยจัง” จองชินบอก และจงฮุนก็พยักหน้ารับ / เขาถามขึ้นมาบ้าง “แล้วนาย มาทำอะไรอีกแล้ว?” / คำตอบก็รู้ๆกันอยู่ แน่นอนว่าจองชินก็ยังคงมาเป็นแบบวาดรูปให้กับชั่วโมงdrawingของชั้นเรียนของเขาอยู่ดี ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว ชั่วโมงนี้ / จงฮุนลืมไปเลยด้วยซ้ำว่าถูกอาจารย์สั่งย้ำเอาไว้ว่า ในอาทิตย์นี้ เขาห้ามขาดเรียนอีกแล้ว / เป็นไปได้ที่ไหนกัน /


“ชั่วโมงเรียนมีตอนบ่าย” เขาพูด ต่อจากนั้นจองชินรีบตอบกลับมาทันทีด้วยความประหลาดใจ / “เอ๊ะ? พี่รู้ด้วยเหรอครับ” / “ก็... เคยเข้าไปเหมือนกัน” / “เหรอครับ แล้วทำไมอาทิตย์ที่แล้วถึงไม่เข้าล่ะ” เขาดูผิดหวังเล็กน้อยที่เป็นแบบนั้น / “ที่ฉันต้องการจะถามจริงๆก็คือ แล้วนายมาที่นี่แต่เช้าทำไม” / จองชินนิ่งไป ยิ้มแห้งๆออกมาเล็กน้อยแล้วว่า “ผมเพิ่งเลิกเรียนช่วงเช้าน่ะครับ เลยมาก่อน” …ดีจังที่ได้เจอพี่อีก / เก็บประโยคสุดท้ายไว้เพียงแต่ในใจ ตอนที่จงฮุนดูเหมือนว่า จู่ๆก็จะไม่สบอารมณ์อะไรสักอย่างขึ้นมา / “อืม…” / “แล้ว… ผมขอดูพี่ทำงานได้หรือป่าวครับ” / “หืม?” / “ผม… คือ ผมไม่รู้ว่าจะไปไหน…” / จงฮุนแทบบ้า / เขาละล่ำละลัก แกล้งอือออตอบกลับไป รอยยิ้มสดใสทำเอาลมหายใจแทบหยุดชะงัก / ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง /

Like a movie scene.
Everything is still and beautiful.


เหมือนฉากในหนัง ทุกสิ่งยังคงอยู่และสวยงาม /


“พี่เล่นกีตาร์เป็นด้วยเหรอครับ?” และจงฮุนเพิ่งค้นพบ ว่าอี จองชินน่ะช่างจ้อไม่แพ้ใคร / “ตอนเด็กๆพ่อเคยสอน” / คนเป็นน้องยิ้ม “ผมชอบกีตาร์ครับ” /

“แล้วงานอดิเรกอย่างอื่นละครับ หมายถึงที่ไม่ใช่งานศิลปะ” / “ฉันตอบมาเยอะแล้วนายตอบบ้างสิ” / จองชินดูกระตือรือร้นขึ้นมามากกว่าเก่าเสียอีก เขาตอบว่า / “พี่ชอบตกปลามั๊ย?” / “เอ๊ะ?” / “ตอนเด็กๆ คุณพ่อสอนผมตกปลา นี่เป็นงานอดิเรกของผม” / ใช่… / เป็นเรื่องบังเอิญใช่ไหมล่ะ ที่ชเว จงฮุนน่ะ /

ชอบตกปลา

/

Her ideal man, what kind of guy would he be?
I'm curious, I'm curious about everything, Even about her love.


ผู้ชายในอุดมคติของเขา / จะเป็นผู้ชายแบบไหนกัน /
ผมอยากรู้จัก / ผมอยากรู้ทุกสิ่ง / แม้แต่เรื่องความรักของเขา /


“ประเทศที่ชอบล่ะ” / “อิตาลี” /
“แล้วฤดูที่ชอบ” / “พี่ลองเดาสิ” /

จงฮุนตอบ /

“ฤดูฝน”

/

ทว่าเสียงอุทานกลับดังขึ้นมาต่อประโยคทันควัน “อ๊ะ ฝนตก” /

ถึงกับหัวเราะร่วนทั้งคู่ / เป็นครั้งแรกของชเว จงฮุน หลังจากนานมาพักใหญ่แล้วจริงๆ ที่เขาไม่ได้หัวเราะแบบนี้ / หัวเราะออกมาอย่างจริงใจ / ที่ข้างนอกฝนตกลงมาจริงๆ / เม็ดเล็กๆ เพียงแค่โปรยปราย ไม่ได้ก่อให้เกิดเสียงดังยามที่มันกระทบลงบนผิววัตถุบนพื้นดินด้วยซ้ำ / แต่แค่นั้นจองชินก็ดูเหมือนว่าจะเอาแต่ยิ้มไม่หยุด / “ตอบถูกใช่ไหม?” / คนเป็นน้องปรบมือรับอย่างร่าเริง พยักหน้ารัวหงึกหงัก / “งั้นผมเดาบ้างนะ” / คนเป็นพี่ยักคิ้วให้ ส่งยิ้มตอบกลับไป อีกฝ่ายทำท่าคิด / พูดออกมาทั้งใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม “พี่จงฮุนก็ชอบฤดูฝนเหมือนกัน” /

“ตอนเด็กๆ ถึงกับเคยแอบพ่อปั่นจักรยานเล่นน้ำฝนเลยล่ะ”

/

A fated love is like this.

พรหมลิขิตแห่งรัก ... ก็เป็นแบบนี้


/


มือกำลังสั่น ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงทำมันต่อ / ภาพวาด / ดินสอแท่งเก่า ระบายร่าง / ขีดๆเขียนๆอยู่คนเดียวอย่างนั้น ทั้งคืนวัน /

จะมีสักกี่คนที่เราจะมองไปที่เขา / ในทุกๆส่วน ทุกๆตำแหน่ง / จดจำรายละเอียด / มากพอ / ฝังอยู่ภายในสมอง / และภายในใจ /

Like a broken clock, I only look at you.
Like a recorded tape, I only talk about you.


เหมือนนาฬิกาตาย / ผมเฝ้ามองเพียงแต่เขา /
เหมือนเทปที่ถูกอัดไว้ / ผมพูดก็แต่เรื่องของเขา



/


สัปดาห์สุดท้ายของการส่งงานมาถึงอย่างรวดเร็วเกินจริงเสมอในความรู้สึกของนักศึกษา / เป็นเวลาเย็นย่ำเกินกว่าที่จะมีใครเดินเข้ามาแล้ว / ภายในตัวตึกใหญ่ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ / อีกไม่นาน… เดี๋ยวเดียวพระอาทิตย์ก็จะเคลื่อนตัวลงลับขอบฟ้า รอเวลาสำหรับวันใหม่ / ทว่าจงฮุนกลับยังอยู่ที่นั่น / งานชิ้นสำคัญถูกห่อคลุมไว้ด้วยกระดาษอย่างดี หลบสายฝนที่โปรยปรายลงมาเล็กน้อยตั้งแต่ช่วงบ่ายไว้ได้อย่างปลอดภัย ถึงที่หมายในที่สุด /

“ขออนุญาตครับ” / ภายในห้องนั้นเงียบกริบ และไม่มีใครเหลืออยู่เลยยกเว้นแต่ชายหนุ่มวัยกลางคนที่จงฮุนรู้จักและคุ้นเคย / อาจารย์ของเขา / จะว่าแปลกใจก็เป็นได้ ทันที่ที่ได้เห็นหน้าคนเป็นศิษย์ ก็ถึงกับต้องเลิกคิ้วถลึงตามอง เหมือนเร่งให้อีกฝ่ายต่อประโยคที่ทิ้งค้างเอาไว้ / “ผมเอางานมาส่ง…” / เขายื่นบอร์ดในมือส่งให้ผู้เป็นอาจารย์ แม้จะแปลกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็ยอมรับและเปิดมันออกดูแต่โดยดี /

รูปวาด /

จะมีสักกี่คนที่เราจะมองไปที่เขา / ในทุกๆส่วน ทุกๆตำแหน่ง / จดจำรายละเอียด / มากพอแม้ในระยะเวลาอันสั้น /
จะมีสักกี่คนที่เราจะสามารถทำได้อย่างนั้น /
เพียงแค่จิตนการเท่านั้น / ก็สามารถวาดออกมาเป็นรูปร่างได้ / ประดั่งว่ากำลังจับจ้องอยู่ที่คนๆนั้นตลอดเวลา / ไม่ผิดเพี้ยนเลย ... แม้เพียงกระเบียดนิ้ว /


คนเป็นครูสูดลมหายใจลึกเข้าปอด / ความสวยงามและน่าหลงใหลยังไม่เทียบเท่ากันกับเรื่องประหลาดที่ว่า ชเว จงฮุนสามารวาดรูปๆนี้ออกมาได้ยังไง / ก็ในเมื่อคาบเรียนdrawingที่แล้วๆมานี่น่ะ / เคยเข้าไปที่ไหนกัน /

“คุณพ่อครับ” / แต่แล้วเสียงของบุคคลที่สามก็เหมือนว่าจะปรากฏดังขึ้นมาในช่วงที่เรียกได้ว่าถูกเสียยิ่งกว่าถูกเวลาเสียอีก / จองชินเดินเข้ามาภายในห้อง ด้วยใบหน้าน่ารักที่ยังคงแย้มยิ้มสดใส / ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเลิกออกด้วยความแปลกประหลาดใจ / “พี่จงฮุน?!” / “จองชิน” / เขาเรียกชื่ออีกฝ่าย ที่เร่งปลายเท้าเข้ามาใกล้ทั้งอาจารย์และศิษย์ “นาย… มาทำอะไร…” / “พี่มาทำอะไรที่นี่ครับ?!” / จากนั้น เป็นเสียงของคนที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เอ่ยปากตอบ “พี่เขาก็มาส่งงานน่ะสิ” / จองชินถึงกับเหล๋อหลา / “พี่จงฮุนเรียนวิชาที่พ่อสอนด้วยเหรอครับ?” /
อีกครั้งที่เขารู้สึกว่า / ไม่ใช่ใครคนอื่นเลยที่น่าขำขนาดที่อยากจะหัวเราะออกมาดังๆมากไปเสียยิ่งกว่าตัวเขา / ให้ตายเถอะ /

เหมือนละครเวทีตลกๆที่มีเขาเองแสดงเป็นตัวเอก /


“พ่อ?” / จองชินมองหน้าคนเป็นพี่ กัดริมฝีปาก คล้ายกับจะทำตัวหรือหาคำอธิบายดีๆที่ได้ใจความที่สุดไม่ถูก ถึงอย่างนั้นก็ยังตะกุกตะกักพูด / “ค..ครับ คุณพ่อของผม เป็นอาจารย์ของพี่จงฮุน …เหรอครับ?” / หันกลับไปถามคนเป็นผู้ใหญ่อย่างไม่แน่ใจนัก คนเป็นทั้งพ่อและครูพยักหน้ารับเรียบๆ / จงฮุนเองก็เริ่มที่จะเข้าใจอะไรขึ้นมาได้ลางๆ / “‘งั้นที่อาจารย์ให้จองชินมาเป็นแบบ ก็เป็นเพราะว่า… อ่อ” / นั่นสิ จริงๆก็น่าจะนึกเอะใจบ้าง ว่าจู่ๆจะต้องถึงกับไปลากเด็กจากคณะอื่นมาเป็นแบบให้ลูกศิษย์ไปทำไม ที่แท้ก็ / ลูกชาย /

จองชินส่งยิ้มแห้งๆกลับมาให้เขา เขาจึงแค่นยิ้มตอบ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าควรจะทำตัวยังไง อีกอย่าง / “แล้วไปรู้จักพี่เขาได้ไงเนี่ยตัวแสบ?” คนเป็นอาจารย์หันไปถามลูกชายคนน่ารัก จองชินยิ้ม หัวเราะคิกคักเดินไปเกาะแขนพ่อ / “พี่จงฮุนช่วยพาผมมาที่ตึกเรียนน่ะครับ ตอนที่มาที่นี่ครั้งแรก เอ้ะ – สวยจังเลย รูปนี้ของใครเหรอครับ?” / อาจารย์ยิ้ม พยักเพยิดไปที่บุคคลที่สามซึ่งยืนอยู่ถัดออกไป “ก็ของจงฮุนไงล่ะ” / “เอ๊ะ?!” /

เป็นเรื่องจนได้ /

จงฮุนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ / ทั้งๆที่รูปใบตรงหน้านี่มันก็ฝีมือตัวเองทั้งนั้น แต่ทำไมสถานการณ์ถึงได้ทำให้รู้สึกกะอักกะอ่อมอารมณ์คล้ายๆว่าไปลอกงานใครมาส่งงั้นแหละ / ก็จะทำไมเสียอีกล่ะ / มีการบ้านมาส่งทั้งๆที่ไม่เคยเข้าเรียนไปนั่งมองแบบวาดขนาดนี้ / จองชินมองกลับมาด้วยสีหน้าไม่แน่ใจพอๆกัน / “พี่วาดเหรอ? แต่ว่า…” / เขามองเลยไปยังใบหน้าของคนเป็นอาจารย์ รอยยิ้มขำๆที่ติดจะบอกกลายๆว่า ‘แก้ตัวเอาเอง’ แบบนั้น ไม่ได้ทำให้รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเลย / แย่แล้วสิ / ชเว จงฮุนคนโง่เอ้ย / “แต่พี่ไม่เคยเข้าชั้นเรียนตอนที่ผมไปเป็นแบบให้เลยนะ” / มันก็มีหลายเหตุผล… /

อย่างเช่นว่าไปลอกใครเขามาหรือ? ก็พูดได้ / หรือว่าอะไร อะไรที่ฟังดูโง่ๆ แต่ก็พอที่จะช่วยให้หลุดออกไปจากสถานการณ์คับขันตรงหน้านี้ / ซึ่งไม่ใช่ / ไม่มีเหตุผลไหนสักเรื่องที่เขาต้องการใช้ / บางทีแล้วมันอาจจะดูเร็วไปอย่างน่าประหลาด แต่ /

I know everything from first sight.

ผมรู้(ทุกอย่าง)ตั้งแต่แรกพบ /

“คุยกันเองแล้วต่อแล้วกัน คนแก่จะไปล่ะ เก็บงานของนักเรียนครบทุกคนสักที อ่อ ฝากส่งน้องให้ถึงบ้านด้วยจงฮุน” สาบานได้เลยว่าอาจารย์แอบหยิบตาให้เขา ด้วยใบหน้าอมยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน / คนน่ารักหน้าขึ้นสี จองชินส่งสายตาเง้างอนไปให้คนเป็นพ่อแบบพอประมาณ ซึ่งไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูน่ารักน่าเอ็นดูซะมากกว่าที่จะคิดเป็นจริงเป็นจัง / เขากลั้นลมหายใจ ตอนที่อาจารย์ของเขาเดินหายลับประตูห้องเรียนไป / ทิ้งเอาไว้เพียงแค่คนสองคน /

From the first moment I met her.

ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เจอ /

ต่างอ้ำอึ้ง ไม่มีใครพูดอะไรจนกระทั่ง / “ผม… พ พี่วาดรูปสวยจังครับ” / จงฮุนหัวเราะ / จองชินยังคงน่ารัก / เหมือนเด็กๆอย่างนั้น / เขาตอบ “อืม แบบเป็นยังไงก็วาดออกมาอย่างนั้นแหละ” / เล่นเอาคนเป็นน้องหน้าแดงไปถึงไหนต่อไหน จงฮุนไม่ได้ท้วงติงอะไร ทว่าดำเนินเรื่องต่อ / “จริงๆแล้ว… คิดว่าจะไม่วาดอีกแล้ว… /


“ครั้งนึงเคยคิดว่าจะเลิก เพราะว่าทำไปเท่าไหร่ก็เหมือนว่าจะไม่ได้อะไรกลับมา / “ไม่รู้ทำไมนะ จะพูดว่าท้อแท้ก็ไม่ถูกหมด ออกแนวประชดประชันชีวิตมากกว่า ครั้งนึงในงานประกวด / “เคยแพ้ให้แม้แต่คนประเภทที่เห็นภาพวาดเป็นฉากหน้า แม้กระทั่งคนประเภทที่ไม่ได้รักในมันจริงๆเลยด้วยซ้ำ / “ในตอนนั้นถึงจะเสียใจมาก แต่ก็พยายามกลับมาคิดทบทวนแล้วว่าเพราะอะไร หรืออาจจะเป็นเพราะว่าไม่มีพรสวรรค์ในเรื่องนี้จริงๆก็ได้... / “จากวันนั้นมาถึงได้คิดว่าจะเลิกวาดรูป /

“แต่ก็ตลกดี เรื่องที่ได้มาเจอนาย” / จองชินตาโต กัดริมฝีปาก / “ไม่ใช่ว่าไม่ดีหรอก... ก็ บอกไม่ถูกเหมือนกันนะ เพราะอะไรหลายๆอย่างน่ะ เพราะนายฉันถึงได้รู้สึกว่า ลองกลับมาวาดรูปอีกครั้งดีมั๊ยนะ?

จองชินไม่ได้ว่าอะไรอีก เขาก้มหน้าลง เหมือนตั้งใจรับฟัง ถึงจะไม่เข้าใจเรื่องทั้งหมดที่จงฮุนพูดก็เถอะ แต่ว่า / “พี่...” เขาสูดลมหายใจ “พี่บอกไม่ได้เหรอครับ ที่พี่กลับมาวาดรูปเพราะผม... เพราะผม... ทำไมล่ะครับถึงเป็นผม มัน...” / เขาหลีกเลี่ยงที่จะสบตากับอีกฝ่าย พยายามเพ่งความสนใจอยู่ที่ปลายเท้า และพูดต่อเสียงอ่อย / “มัน...”

จงฮุนหัวเราะ “เพราะฉันชอบนาย” / “...” / “เป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก...” / “ที่พี่บอกว่าชอบผม ก็คงจะเป็นเพราะผมทำให้พี่กลับมาวาดรูปได้” / “ไม่จองชิน...” / “จริงๆนะครับ” / มันค่อนข้างแย่ ที่ดูเหมือนว่าอีกคนจะกำลังเข้าใจอะไรผิด แต่จงฮุนก็จะไม่มีวันปล่อยให้ทุกอย่างพังลงอย่างนี้แน่ / เขาเดินเข้าไปใกล้ จับมือของอีกฝ่ายไว้ พยายามรั้งให้คนเป็นน้องตั้งใจฟัง / “นายรู้หรือป่าวมีน้อยคน... น้อยคนมากๆ คนปกติธรรมดา แบบที่ไม่ได้มีพรสวรรค์เลิศเลอเหนือใคร ทีนี้แล้ว / “ในโลกนี้ สำหรับคนแต่ละคน มีน้อยมากที่เราจะมองไปที่เขา รู้ไหม... ในทุกๆส่วนๆ ทุกๆตำแหน่ง จดจำรายละเอียด มากพอที่จะสามารถจินตนาการถึงได้ ออกมาเป็นภาพเหมือนที่ไม่มีแม้สักจุดเดียวที่ผิดเพี้ยนไปจากเขาจริงๆ /
“เห็นใช่ไหม สำหรับฉันน้อยคนที่ว่านั้นอาจมีเพียงคนเดียวในโลกด้วยซ้ำ
“นั่นคือนาย /
“ไม่ใช่ที่ฉันชอบนาย ...เพราะนายเป็นคนที่เกิดทำให้ฉันกลับมาวาดรูปได้ขึ้นมา พูดผิด ควรแก้ใหม่เป็นว่า /

“ที่ฉันสามารถวาดรูปได้เป็นเพราะนาย เพราะฉันชอบนาย และทันทีที่รู้ตัวแล้วแบบนั้น ต่อจากนี้ไปก็จะไม่สามารถทำอะไรโดยไม่มีนายได้อีกแล้ว” /


จองชินเหมือนจะร้องไห้ ใบหน้าน่ารักนั้นง้ำงอ แต่ในตอนสุดท้ายก็ยอมเงยมันขึ้นมาเพื่อต่อบทสนธนาอย่างเงอะๆงะๆ / เขาถามว่า “แบบนั้นมันดีใช่มั๊ยครับ?” / ชเว จงฮุนหัวเราะ “แหงสิ” / “ผมคิดว่าผมคิดไปคนเดียวเสียอีก” / “หืม?” / “จริงๆแล้ว... วิชาที่เรียนตอนเช้าน่ะไม่มีหรอกครับ ขอโทษนะครับ ที่... ที่ผมมาที่นี่ บ่อยๆก็เพราะว่า / “ผมอยากเจอพี่นะ...” /

รู้สึกเหมือนสามารถตายไปแล้วเกิดใหม่ได้ตอนนี้เลย / จงฮุนกำลังพยายามประเมินตนเองอย่างถึงที่สุดว่าตอนนี้อัตราการเต้นของหัวใจของเขานั้นมันกำลังมากถึงกี่ร้อยครั้งต่อนาที / มือเล็กๆในฝ่ามือของเขากระชับจับกลับมา / สุดท้ายก็เพิ่งจะได้มองหน้าคุยกันจริงๆก็ตอนนี้ / จองชินยิ้มให้ / ยิ้มทั้งๆที่ใบหน้าก็ขึ้นสีแดงจัด ขนาดที่ถ้าจะปกปิดก็คงจะปกปิดไม่อยู่แล้วแบบนั้น / น่ารัก /

“พี่จงฮุนวาดรูปผมได้โดยไม่ต้องมีแบบเลยจริงๆเหรอ?” พยายามเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อน / แต่จงฮุนกลับเริ่มรู้สึกแล้วว่า แต่ละคำถามของคนตรงหน้า นี่ทั้งน่ารักและเกินคาดทุกครั้งจนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาจริงๆ / “จริงสิ” / “ง่า แต่เวลาที่เราเจอกันพี่ไม่มองหน้าผมเลยนะ” / หัวเราะอีก “ใครว่าไม่มอง” / “มองประมาณ 2 วิ ก็ไม่มองแล้ว” คนเป็นน้องหน้าบึ้งแต่จงฮุนยังคงขำซะได้ “และเพราะเป็นแบบนั้นผมถึงคิดว่าพี่น่ะเกลียดผมด้วยซ้ำ” / “จะเป็นงั้นไปได้ไงเล่า” /

ถ้าความรัก / มันเป็นแบบนี้น่ะนะ /
ผมคิดว่า /

“ถ้าอย่างนั้นจะไถ่โทษแล้วกัน” /

From the first moment I met her, I know from first sight.

ตั้งแต่วินาทีแรก / ผมรู้ทั้งหมดตั้งแต่แรกพบ /

จองชินตาโต มีทีท่าว่าตื่นเต้นขึ้นมาแบบเด็กๆ / “ยังไงอะ?” /

เขามองเข้าไปในนั้น ในแววตาระยิบระยับ ที่วาววับเหมือนกันกับอัญมณีมากมายเกินกว่าจะประเมินค่า / มือทั้งสองข้างที่กุมกระชับกันและกันอยู่นั้น คล้ายว่าจะยิ่งถูกผูกแน่นติดอยู่ด้วยกัน / ถึงตอนนั้นจงฮุนรู้แล้วว่ามันคืออะไร /

Your lost other half.
Tied to you by string of fate.


ครึ่งหนึ่งของชีวิตหายไป
ถูกผูกไว้ด้วยเส้นด้าย แห่งโชคชะตา


เป็นเชือก / เส้นเดียวกันกับที่ในคราวแรกจูงดึงเราเข้าหากันไว้ / เชือกด้ายสีแดงแห่งโชคชะตาซึ่งผูกโยงอยู่กับปลายนิ้วก้อยของคนสองคน / ไม่เคยขาดหายไปไหน / ตั้งแต่แรกพบ /

I know know love at first sight.
It's like sweet ice cream.


ผมรู้จักรักแรกพบ / มันหวานเหมือนกับไอศครีม

“จะเลี้ยงไอติมแล้วกัน”

When two eyes meet, your entire body melt down.

เมื่อสองสายตามาประสบ คุณก็แทบจะละลายไปเลย







.

.
.
 

 .

 
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
VDO CREDIT: CNBLUEDABADEE | PICTURE CREDIT: © BY Gyrti
.
.
.
.
.
.

Comment

Comment:

Tweet

ด้ายแดงเส้นนั้นมันนำพาใช่ป่ะคะ คุณพี่กะคุณน้องเลยได้เจอกัน
บุคลิกจงฮุนมันแข็งๆ ทำเอาไม่กล้าเข้าใกล้เลยอ่ะ
แต่น้องจองชินช่างจ้อก็หลงรักซะแล้ว มีการแอบมาหาด้วย น่ารักอ่ะ
ต่อไปนี้สงสัยอาจารย์อีได้ศิษยคนโปรดมาเป็นลูกเขยแน่ๆ ^^

#2 By mumu (58.9.126.221) on 2011-07-19 23:30

บรรยากาศอบอุ่นมากเลยค่า ><
บุคลิคอย่างฮุน เหมาะที่จะเป็นนักศิลปะเงียบขรึมๆแบบนี้นะคะ 555 เจอกันเพราะด้ายแดงเส้นนั้น =]
พรหมลิขิตจริงๆ แล้วใจที่เต้นแรงแทบระเบิดนั่น
หมายความว่ายังไงจ๊ะเห็นหน้าน้องแล้วหวั่นไหวเลย
จองชินก็เหมือนจะชอบพี่เค้านะ พูดแจ้วๆเชียว 55
แหมมม พ่อหนุ่มศิลปะ วาดรูปเค้าวะเหมือนเชียว ขนาดไม่ได้เข้าเรียนนะเนี่ย ได้คะแนนเต็มแน่ค่ะ
เพราะดูเหมือนอาจารย์อีจะชอบลูกเขยคนนี้นะคะ ^^ แล้วล่อน้องด้วยไอติม น่ารักอ่าาา
บรรยากาศมันหวานแหววมากค่ะ
ขอบคุณมากนะคะ >__< ชอบฟิคแนวนี้จัง

#1 By nuneo_fer (183.89.97.201) on 2011-07-16 18:25