凡的基.尔.提♡ View my profile

[SF.] A Butterfly

posted on 06 Jan 2011 03:09 by childen2shangri-la in short-fiction directory Fiction, Entertainment, Asian
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 
 
Title: A butterfly
Paring: Minho x Key
Genre: Short fiction, A/U, Romantic, Drama 
Rate: PG-13
Story: ©2010Geeratii
BGM: Butterfly - G-DRAGON


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 


 

It's about you a butterfly.


มันเป็นความรู้สึกที่คล้ายกับว่าเธอกำลังยืนอยู่กลางทุ่งหญ้าสีน้ำตาล..
ที่กว้างๆ ไกลสุดลูกหูลูกตา มองไปจนสุดก็เห็นแต่เพียงท้องฟ้า
ลมพัดแรง ศีรษะเธอโน้มรับ กางแขนทั้งสองข้างออกราวกับว่ากำลังจะโอบกอดมัน


Every time I come close to you (Every time I’m feeling you)

และเธอได้พบเจอกับใครอีกคนหนึ่ง..
ที่อยู่ตรงนั้น และทำให้ตรงนี้ ณ ที่นี่มีเพียงคนสองคน
ใครอีกคน..ที่ช่างแสนบอบบาง แต่แลดูสว่างสไว
น่าถนุถนอม เป็นความรู้สึกที่มองเห็นแล้วปรี่ขึ้นมาที่หัวใจ
ทำให้รู้สึกอบอุ่น แต่ก็อิสระเย็นสบาย ตอนนั้นเธอคงไม่ต้องคิดอะไร..
นอกจากว่า นี่..



เป็นดั่งเช่นความฝัน...



Feel like I’m gonna dream every time
I get butterfly





มินโฮตื่นขึ้นมา และค่อยๆกระพริบตา
ปรับให้สามารถทนต่อความสว่างจ้า ที่ลอดผ่านม่านเข้ามาจนถึงตัวเขาได้

มือใหญ่กดปิดเสียงเตือนอัตโนมัติ ที่ดังมาจากนาฬิกาปลุกอันเก่าตรงหัวเตียง
จากนั้นก็ได้แต่นั่งเงียบๆรวบรวมความคิด..

เขาฝันอีกแล้ว..



จะเรียกว่ามันเป็นความฝันได้มั๊ย?
หรือว่านั่นเป็นเพียงความนึกคิดจากจิตใต้สำนึกที่ทั้งสั่งทั้งย้ำให้วกวนอยู่กับมันไม่ไปไหน


ภาพของเขาเอง และเพื่อนสนิท..

เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร เหมือนโรคจิต



เด็กหนุ่มยกมือขึ้นกุมใบหน้า เป็นความรู้สึกที่อธิบายออกมาได้ยากอย่างบอกไม่ถูก
มันก้ำกึ่ง..ระหว่างอยากที่จะไล่เรื่องพวกนี้ออกไปจากหัว
และอีกครึ่งนึงคืออยากจะเก็บมันไว้ไม่ให้มีวันที่ต้องจางหายไปไหน..

เค้าไม่มีวันลืม..



ใช่แล้วล่ะ นี่คือความจริง



จะเรียกว่าฝันได้ยังไง ถูกมั๊ย?
ก็ในเมื่อ แม้จะไม่ได้หลับไหล เค้าก็ยังคงคิดถึงแต่มัน..
คิดถึงคนๆนั้น




คีย์..









ก่อนโรงเรียนเข้าทุกเช้า มินโฮจะต้องแวะเข้าไปที่ห้องผู้อำนวยการใหญ่
เข้าไปรับเรื่องราวจำพวกงานราชงานหลวงต่างๆ รวมไปถึงปัญหานู่นนี่อะไรทำนองนั้นของโรงเรียนมาจัดการ
แน่ล่ะ .. ก็มันเป็นหน้าที่ของ 'ประธานนักเรียน' คนดีอย่างที่ทุกคนเขาว่ากันนั่นละ

แต่ในวันนี้ แม้ว่ากริ่งเตือนจะดังขึ้นได้สักพัก ร่างสูงกลับไม่ได้พยายามที่จะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นสักเท่าไหร่..
ปล่อยให้เวลาและความรีบเร่งของทุกสิ่งอย่างรอบตัวเดินผ่านเขาไป
สายตายังคงเหม่อลอย..มองหาใครสักคนคนนั้น



คีย์..



คีย์..




ไปไหนนะ...





เมื่อถึงที่หมาย ประตูห้องถูกเคาะ 2-3 ทีและไม่ต้องรอเสียงขานรับ
มินโฮก็ผลักมันออกและสาวเท้าเข้าไปอย่างเคยชิน


แต่ครั้งนี้เด็กหนุ่มต้องแปลกใจ


และเสียใจด้วยซ้ำที่ทำตัวเอื่อยเฉื่อยอยู่นานกว่าจะเดินมาถึงนี่ได้



ก็ในเมื่อคีย์อยู่ที่ตรงนี้..

อยู่นี่เอง..



ตามที่เขาได้เห็น ร่างเล็กๆ ผอมบางของเด็กผู้ชายคนหนึ่งนั้นยืนหันหลังมาให้เขา
แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้น แต่แน่นอนว่ามินโฮจำได้ว่านั่นคือใคร

เด็กหนุ่มคนนั้นกำลังมีสีหน้าเบื่อหน่ายอย่างหนัก มองออกไปที่ด้านนอก
ไม่ได้สนใจชายสูงอายุที่เอ่ยปากพูดนู่นนี่ไม่หยุดกับตนเองสักเท่าไหร่


อีกแล้วสินะ...



"ผอ.ครับ?" มินโฮจึงรีบเอ่ยปากทัก
ทำให้คนที่โตกว่าละสายตาออกมาจากคนตัวเล็กเพื่อสนทนากับเขาแทนได้
คีย์เองก็หันมา แต่สีหน้าอย่างนั้นช่างยากที่จะคาดเดาความรู้สึก..



"อ่อ.. มาก็ดีแล้วมินโฮ ดูเพื่อนเธอหน่อยสิ"


"มีอะไรเหรอครับ?"


คนตัวสูงหลุดคำตอบกลับไปอย่างคนที่กระตือรือร้นกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากๆ
คีย์คิ้วกระตุกหันกลับมามองตามเสียงนั้นทันที


ทว่าตอนนั้นมินโฮไม่ได้สบสายตากับอีกฝ่ายเลยสักนิด
ก็เพราะว่าเขารู้ .. รู้ดีว่าคีย์ไม่ชอบแบบนี้.. ที่เค้ารีบตอบรับ
ที่เค้าทำทีท่าว่าสนใจ ที่เค้าดูเหมือนว่ากำลังเป็นห่วงเป็นใยเรื่องของอีกฝ่ายอย่างนี้น่ะ!


นั่นล่ะคีย์



ถึงแม้ว่าจะแลดูเป็นเรื่องที่เข้ายากจริงๆที่คนๆหนึ่งมีความรู้สึกแบบนั้น แต่มินโฮก็อยู่กับคีย์มานานมาก..
มากพอที่จะเข้าใจเรื่องทุกสิ่งทุกอย่างของคีย์นั้นยิ่งกว่าใคร


รู้ดีอยู่แก่ใจหรอก ก็คนตัวเล็กน่ะ ..



ดื้อดึงแค่ไหน ..
เอาแต่ใจเท่าไหร่ ..


แต่จะอะไรมินโฮก็ยอมได้ทั้งนั้นแหละ เว้ยเสียแต่นิสัยข้อหนึ่งที่ทำให้เค้าหนักใจจบแทบไม่เป็นทำอะไร


คิม คิบอมไม่ชอบให้ใครมาสนใจ มาทำทีว่าเป็นห่วงเป็นใย ..
ไม่ต้องการ ไม่ต้องการ ไม่ต้องการ ..


ข้อเดียวที่มินโฮไม่รู้
ไม่รู้จริงๆว่าภายในความรู้สึกจริงๆของจิตใจคีย์เป็นเช่นไร


ถึงแม้ว่จะหยิ่งยโส ถือตัวแต่ไหน
ถึงแม้ว่าจะ ไม่ชอบให้ใครเข้ามาเจ้ากี้เจ้าการกับชีวิต
ไม่ชอบถูกสั่ง ไม่ชอบที่จะอ่อนแอยังไง


แต่ทำไมต้องพยายามทำตัวให้ดูเหมือนว่าตัวเองไม่มีใครด้วย
ทั้งๆที่คีย์มีเขาอยู่ .. ตลอดเวลา



ขัดกับในความคิดคีย์


ที่แบบนั้นคีย์ไม่ชอบ
ไม่ชอบจริงๆนั่นล่ะ ใครจะมาเข้าใจได้ยังไงล่ะก็คนเรามันไม่เหมือนกันนี่นา
ต่างคนก็ต่างนิสัย ต่างความคิด ..


เขาที่ไม่ชอบให้ใครมาสงสารน่ะ ไม่เอา..เข้าใจไหม?
ไม่ต้องมาทำทีเป็นห่วง เวทนา หรือสนใจเลย อย่าล่ะ .. เรื่องอะไรคีย์จัดการได้เอง
ไม่จำเป็นต้องพึ่งใคร


ก็เพราะว่าถ้าเป็นแบบนั้น มันทำให้คนตัวเล็กรู้สึกว่า ตัวเองน่ะอ่อนแอซะจริงๆ




คิดแบบนี้ผิดสินะ..




แต่สำหรับมินโฮน่ะเหรอ?


แล้วยังไงล่ะ มินโฮก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกไปด้วยความรู้สึกนั้นอยู่ดี
ไม่ได้คิดอะไรด้วยซ้ำ ไม่ชอบให้ใครเป็นห่วงก็ได้ .. แต่เว้นเค้าไว้สักคนไม่ได้รึไง


เขาเป็นห่วง





"เอาอีกแล้วน่ะสิ เพื่อนสนิทเธอแท้ๆ ทำผิดกฏโรงเรียนทำไมไม่รู้จักตักเตือนกันบ้าง
นี่โดนตัดคะแนนความประพฤติครั้งที่เท่าไหร่แล้วล่ะ คิม คิบอม..
จะไม่เหลือสักคะแนนให้ครูตัดแล้วนะ ถ้าเป็นอย่างนั้นคงต้องเรียกผู้ปกครอง"


"จะยังไงก็เอาเถอะครับ"


คีย์โต้กลับทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ
และก่อนที่เรื่องจะยาวไปกว่านี้มินโฮจึงต้องรีบเข้ามาสะสางแทน



"เอ่อ ต่อไปนี้จะไม่เป็นแบบนี้อีกแล้วครับ อาจารย์ ผมสัญญา คง.. ไม่ถึงกับต้องเรียกผู้ปกครอง? ..ใช่มั๊ยครับ?"


คนตัวเล็กยืนเงียบกริบ ไม่ปริปากพูดใดๆ
ถึงแม้ว่าภายในใจนั้นน่ะ .. อยากจะขัดขึ้นมาเสียแทบแย่ เกลียดนักน่ะอะไรแบบนี้

อยากทำอะไรก็ทำเลย เค้าไม่ชอบขอร้องใคร..
ไม่ชอบอ้อนวอนใคร



คงต่างจากมินโฮมากนักล่ะ



ชายสูงไวมองหน้านักเรียนของตนทั้งคู่แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ
ก่อนจะยกมือขึ้นโบกปัดๆ


"เอาเถอะ .. ไปๆ ไปกันได้แล้ว ที่เรียกมาก็แค่อยากจะตักเตือนเท่านั้น
คิบอม.. ความหวังดีที่คนอื่นเค้าหยิบยื่นให้น่ะ รู้จักยิ้มรับมันซะบ้าง มันไม่ได้ทำให้ตัวนายด้อยค่าลงไปหรอกนะ"



อ่อ .. ใช่


คีย์คงจะคิดแบบนั้นล่ะมั้ง?



"ผมไม่ได้ขอร้องให้ครู.."


"ไม่ใช่จากครู.."


"ห๊ะ.."


"ครูหมายถึงจากมินโฮ"









เป็นไปตามคาดที่คีย์ไม่ยอมพูดกับมินโฮเลยหลังจากที่เดินออกมาจากห้องผู้อำนวยการ
จนกระทั่งเข้าเรียน หรือแม้แต่ตอนพักกลางวันทั้งๆที่ยังนั่งกินข้าวบนเก้าอี้ตัวตรงกันข้ามกันอยู่


แต่จะว่าไปก็ชินแล้วล่ะ..



คีย์เป็นลูกคนเดียว ตอนเด็กๆคุณแม่เสียไปทำให้ในครอบครัวเหลือเพียงคนตัวเล็กและคุณพ่อสองคนเท่านั้น
เพราะอย่างนี้ล่ะคีย์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนักหนาสาหัสทีเดียวสำหรับคนเป็นพ่อ
เพราะอย่างนี้ล่ะถึงได้ตามใจชนิดที่ว่าไม่ลืมหูลืมตาไม่ว่าเรื่องอะไร
และถึงแม้ว่าจะพอรู้อยู่หรอกว่าบางทีมันก็เป็นข้อผิดพลาดร้ายแรงที่ได้ทำลงไป แต่ก็จะทำยังไงได้..


รักมาก

ยอมทุกๆอย่าง..



คีย์ถึงได้โตมาเป็นเด็กที่เอาแต่ใจ แต่นิสัยที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ไม่ยอมแพ้ใครแบบนี้
ไม่สักนิด ประกอบกับฐานะทางบ้านที่ดีเลิศใช่ย่อยนั้นยิ่งช่วยส่งเสริมให้
คิม คิบอม สามารถใช้ชีวิตได้ง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องมีคนอื่น หรือพึ่งพาอาศัยใคร..
หยิ่งยโส เป็นคุณหนูที่บางคนก็คงแอบหมั่นไส้หรือเกลียดชังอะไรได้เลยล่ะมั้ง

แน่นอนคีย์ไม่ได้แคร์อะไร



แต่กับมินโฮ เรียกว่าเพื่อนเพียงคนเดียวของคีย์ก็ได้
มินโฮเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะงั้นถึงได้สนิท และได้คุยกัน
ก็คีย์ตอนนี้น่ะ ถ้าจะให้ไปหาหรือสร้างเพื่อนใหม่ๆคงยากพอๆกับให้ไปเกิดใหม่ซะ ก็ทำนองนั้น

ไม่ยอมนอบน้อม ไม่ยอมอ่อนให้ ไม่เคยเข้าหาใคร ไม่ยอมก้มหัว..
และอีกความคิดหนึ่งซึ่งร้ายกาจนัก ที่คีย์ไม่จำเป็นต้องมีใครเลย นั่นคือ..


มีเพียงแค่มินโฮคนเดียวก็พอแล้วนี่




ส่วนมินโฮเอง
แม้ว่ามินโฮเองจะไม่ได้เป็นคนที่ดื้อเพ่งขนาดคีย์ แต่ก็ไม่ใช่พวกที่ร่าเริงไปทั่วอะไรอย่างนั้น
นิสัยจริงๆก็เป็นคนเงียบๆอยู่แล้ว แต่เพราะเป็นคนช่วยเหลือคนอื่นและทำงาน
ใครเข้ามาคุยด้วยก็ดีกลับไปเสมอทำให้มีคนรักมาก คนรู้จักก็เยอะ
แน่ล่ะ เพราะนอกจากมินโฮจะเป็นถึงประธานนักเรียนคนเก่งแล้ว ยังเป็นนักกีฬาของโรงเรียนอีก
รูปร่างหน้าตาดี เรียนหนังสือเก่ง ทำงานเก่ง เล่นกีฬาเก่ง
บรรดาเด็กผู้หญิงยิ่งกรี๊ดกร๊าดเห็นดีเห็นงาม


คิดแล้วก็ขำเมื่อนึกถึงหน้าคีย์ตอนที่บ่นรำคาญเรื่องพวกนี้เป็นประจำ..





"เลิกงอนนะ .. เดี๋ยวตอนเย็นพาไปเที่ยว"


"..."


คีย์ยังคงเงียบ แต่ที่เงียบแบบนี้ล่ะ
มินโฮคนเดียวที่รู้ความหมาย
แปลว่า ง้อต่อสิ !


"อยากไปมั๊ย?"


คนตัวเล็กรีบตอบทันที "ไม่!"
แต่ถึงอย่างนั้นมินโฮก็หัวเราะให้กับใบหน้าสวยที่พองแก้มสองข้างแบบเด็กๆอยู่


"น่านะ .. เดี๋ยวเลี้ยงไอต